“วัชระ” จี้ “พรเพชร-จเร” ตั้งกก.สอบทุจริตโครงการซื้อเครื่องสแกนบุคคล หลังพบใช้งานไม่ได้
นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมการตรวจสอบโครงการติดตั้งเครื่องสแกนบุคคลความเร็วสูงเพื่อตรวจสอบการผ่านเข้า-ออกของบุคคลในอาคารรัฐสภา1 และอาคารรัฐสภา 2 วงเงิน 64 ล้านบาท หลังจากพบว่าเครื่องสแกนดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้ โดยการตรวจสอบและติดตามการทุจริตนั้น ขอให้ดำเนินการภายใน 30 วันทำการ นอกจากนั้นขอให้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว ภายใน 7 วันทำการด้วย ทั้งนี้หากพบผู้กระทำผิดขอให้ผู้นั้นจ่ายค่าชดใช้ความเสียหายคืนแก่ราชการด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบโครงการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์และรายการต่างๆ ที่พบข้อร้องเรียนการทุจริต โดยเริ่มทำงานมาตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) ทำงาน โดยล่าสุดนั้นคณะทำงานฯ ได้ตรวจสอบแล้วเสร็จ จำนวน 2 เรื่อง คือ การจัดซื้อนาฬิกาดิจิตอล และโครงการปูกระเบื้องหินอ่อน ลานราชานุสาวรีย์รัชกาลที่7 พบความผิด จึงได้สั่งลงโทษ และตักเตือนข้าราชการที่เกี่ยวข้องตามฐานความผิดแล้ว ขณะที่การติดตั้งเครื่องสแกนบุคคลนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบ
รายงานข่าวแจ้งว่า การตรวจสอบเครื่องสแกนนั้น มีการเปลี่ยนชุดตรวจสอบมาแล้ว ถึง 2 ครั้งโดยไม่ทราบเหตุผล แต่จากการตรวจสอบโดยชุดแรก ในส่วน เครื่องสแกนบุคคล 360 องศา จำนวน 4 เครื่องๆ ละ 16 ล้านบาท รวมมูลค่า 64 ล้านบาท พบว่าการติดตั้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ที่หากพบผู้ต้องสงสัยพกโลหะ หรือ อาวุธซึ่งผ่านด่านของการสแกนบุคคลแบบเดินผ่านมาแล้ว จะต้องมีห้องสแกนบุคคล 360 องศา ที่ห้องแบบปิด แต่การติดตั้งที่อาคารรัฐสภา พบว่า กลับติดตั้งเครื่องสแกนบุคคล 360 องศาไว้ตรงจุดเดียวกับทางเข้าอาคาร ขณะที่การติดตั้ง ยังไม่เคยเปิดใช้งาน และเมื่อถึงเวลาจะใช้งานพบว่าไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องแจ้งว่า เครื่องขัดข้องจากสาเหตุที่หนูเข้าไปกัดสายไฟ และบางสายไฟช็อต เพราะโดนฉี่หนู ทำให้หลุดเงื่อนไขการประกันของบริษัทที่เป็นผู้ขายให้กับสำนักงานฯ ซึ่งทำให้ถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องของการปิดบังข้อมูล ทั้งนี้พบว่าการจัดซื้อเครื่องสแกน 360อ งศานั้นมีแนวโน้มการทุจริต คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท ส่วนการตรวจสอบโดยคณะทำงานชุด2 นั้น ยังไม่มีรายงานหรือข้อมูลใดๆ เปิดเผยออกมา





