"ไพบูลย์"สั่งดีเอสไอตั้งศูนย์ปฏิบัติการรองรับสถานการณ์วิเคราะห์ข้อมูลการข่าวเชื่อมโยงหลักฐานอีโอดีกับพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายต่างชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของดีเอสไอ เพื่อติดตามสถานการณ์ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
จากนั้น เวลา 12.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียกนางสุวณา พร้อมฝ่ายการข่าวของดีเอสไอเข้ารายงานข้อมูลและวิเคราะห์การข่าว โดยเบื้องต้นเห็นว่าแม้ตามกฎหมายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเข้าข่ายต้องรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่กระทบความความมั่นคงของประเทศ ตามกรอบอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอ หากรับเป็นคดีพิเศษจะสามารถบูรณาการการทำงานร่วมระหว่างทหาร ตำรวจ และพลเรือนได้ แต่เพื่อไม่ให้เกิดภาพการแย่งงานกัน รมว.ยุติธรรมจึงสั่งการให้ดีเอสไอทำงานคู่ขนานกับตำรวจ เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลการข่าวและรายงานสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลโดยตรงกับรมว.ยุติธรรม วันละ 2 รอบ ดีเอสไอจึงตั้งศูนย์ปฏิบัติการรองรับสถานการณ์บริเวณชั้น 11 ของดีเอสไอ โดยมีการระดมพนักงานสอบสวนจากทุกสำนักคดีมาประมวลสถานการณ์ร่วมกัน
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า รมว.ยุติธรรม กำชับให้วิเคราะห์การข่าวทุกด้าน โดยเฉพาะการข่าวต่างประเทศเพื่อหาพยานหลักฐานมาใช้สนับสนุน ที่สำคัญต้องรอการวิเคราะห์วัตถุพยานของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อดูความเชื่อมโยงว่ารูปแบบการประกอบระเบิดเข้ากับพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มใด ซึ่งรมว.ยุติธรรม เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดจากฝีมือคนไทย เพราะโดยพื้นฐานจิตใจคนไทยจะไม่โหดเหี้ยมขนาดนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าบุคคลต้องสงสัยที่ปรากฎตามภาพวงจรปิดนั่งรถตุ๊ก ๆ มาจากศาลาแดง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางว่าก่อนหน้านี้เดินทางมาจากจุดใด และหลังเกิดเหตุได้หลบหนีโดยใช้เส้นทางใด โดยประเด็นที่ให้น้ำหนักมากที่สุดคือการก่อการร้าย มีเป้าหมายเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลทหาร ทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งบริเวณดังกล่าวถือเป็นสถานที่ไฮไลต์การท่องเที่ยวไทย นอกจากนี้ยังเร่งตรวจสอบว่าเหตุร้ายที่เกิดขึ้นมีเบื้องลึกมาจากความขัดแย้งทางการเมืองด้วยหรือไม่





