ทูตไทยในย่างกุ้ง เผยรัฐบาลเมียนมา-ชนกลุ่มน้อย เตรียมร่วมลงนามสนธิสัญญาหยุดยิง ภายในกันยายนนี้ ส่งผลให้เกิดสันติภาพตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง กล่าวในงานสัมมนา “Myanmar Insight Seminar-เมียนมาเชิงลึก” ว่า ในปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมาอยู่ในขั้นดีมาก โดยมีโครงการและความร่วมมือใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยล่าสุดสำนักงานนักธุรกิจไทยใน เมียนมาได้ประเมินว่าในปี 2030 เศรษฐกิจในเมียนมาขะเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 14 เท่าจากปัจจุบัน จึงถือว่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่นักธุรกิจไทยจะไปลงทุน โดยขณะนี้ประเทศไทยเข้าไปลงทุนเป็นอันดับที่ 6 สิ่งสำคัญนั้นต้องมีมุมมองต่อเมียนมาให้เห็นว่า เป็นโอกาสและความท้าทายมากกว่าเห็นปัญหา ดังนั้นต้องปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์การเมืองในเมียนมา
นายพิษณุ กล่าวว่า ส่วนพัฒนาการทางการเมืองของเมียนมาก็มีแนวโน้มเป็นไปตามโรดแมปที่เมีนนมาได้ประกาศไว้ ส่วนข่าวลือเรื่องของการปฏิวัติในเมียนมานั้น ไม่เป็นความจริง เชื่อว่า วันนี้จนไปถึงวันเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา วันที่ 8 พ.ย. 58 จะมีข่าวลือเกิดขึ้นอีกมากมาย
“กระบวนการทางการเมืองที่สำคัญในเมียนมาจะเกิดขึ้นในเร็วนี้ ถือข่าวดีกับประเทศไทยอีกเช่นกัน คือรัฐบาลเมียนมาจะลงนามสนธิสัญญาข้อตกลงหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อยของเมียนมา ภายในเดือนกันยายนนี้ จะส่งผลให้ชายแดนไทย-เมียนมาเกิดสันติภาพ เพิ่มบรรยากาศภายในประเทศให้กับเมียนมา ให้เป็นไปตามครรลองสู่การปฏิรูปทางการเมืองของเมียนมา” เอกอัครราชทูตไทย กล่าวและย้ำว่า ในการลงนามที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีต่อประเทศไทยด้วย ซึ่งจะทำให้พื้นที่ที่มีความขัดแย้งมีโอกาสเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพื้นหลักของไทยได้แก่ รัฐขยิ่น หรือรัฐกะเหรี่ยง ที่ได้มีการประกาศว่าจะร่วมลงนามดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีรัฐฉานที่มีพรมแดนติดต่อกับทางภาคเหนือของไทยก็มีแนวโน้มจะร่วมลงนามด้วย
นายพิษณุ ยังได้กล่าวแสดงความเห็นใจต่อเหตุความขัดแย้งของทางการเมียนมากับชนกลุ่มน้อยที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเห็นว่า จะต้องใช้ระยะเวลาก่อนที่ทุกฝ่ายจะหันกลับมาคืนดีกัน และการลงนามในครั้งนี้แม้จะไม่สร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายรวมถึงประเทศไทยในทันที แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่มีการลงนามเกิดขึ้น
นายพิษณุ กล่าวว่า ส่วนตัวนั้นมองว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ตามที่ทุกฝ่ายของเมียนมาแสดงจุดยืนต่อการปฏิรูปประเทศ และยืนยันความพร้อมการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างอิสระและยุติธรรม (Free and Fare) ทั้งนี้การว่าพื้นที่ในเมียนมาร้อยละ 90 จัดการเลือกตั้งได้
ส่วนคำถามถึงผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำคนใหม่เป็นใคร และนโยบายใหม่จะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องจับตามมองและติดตาม คาดว่าการจัดตั้ง ครม. ของเมียนมา จะมีขึ้นภายในเดือนเมษายน 2559 ส่วนกระบวนการจะยุ่งยากหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งและสัดส่วนของที่นั่งในสภาจากแต่ละพรรคการเมือง
“ขอยืนยันว่า ผู้นำการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านของเมียนมาทุกคนมีแนวคิดที่ต้องการปฏิรูป ดังนั้นไม่ว่า ใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล นโยบายการปฏิรูปยังคงอยู่” นายพิษณุ กล่าว
นายพิษณุ กล่าวยืนยันว่า ในส่วนการรายงานข่าวว่ามีการจับกุมตัว นายฉ่วย มาน ประธานรัฐสภาเมียนมานั้น ไม่มีการจับตัวแต่อย่างใด ซึ่งประเทศไทยพร้อมให้การช่วยเหลือทางการเมียนมาหลังจากน้ำลด โดยสิ่งที่ไทยจะสามารถช่วยได้คือการสนับสนุนวัสดุก่อสร้างสำหรับโรงเรียน และตัวอาคารที่สูบหายไปกับกระแสน้ำ รวมไปถึงวัสดุ-อุปกรณ์ด้านการเกษตรและเมล็ดพันธ์พืช ซึ่งจะทำการประสารความช่วยเหลือกับทางการเมียนมาต่อไป





