“ศอตช.” สรุปรายชื่อขรก.เอี่ยวทุจริตให้ “ประยุทธ์” ฟัน ด้าน “ไพบูลย์” เผยมี100กว่ารายส่งได้สัปดาห์หน้า
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันนี้ที่ประชุมโดยหน่วยงานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) ,สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ,สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ,สำนักงานคณะกรรมการและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีการเสนอรายชื่อข้าราชการ 100 กว่าราย ที่พัวพันการทุจริต นำกรณีและหลักฐานมาหารือกันเป็นที่เรียบร้อย มีการตรวจสอบหลักฐานกันชัดเจน พบว่า บางคนป.ป.ช.ก็ชี้มูลไปแล้ว ป.ป.ท.ดำเนินการแล้วก็มี และสัปดาห์หน้าศอตช.จะทำหนังสือไปที่เลขาธิการป.ป.ท. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขาของศอตช.เพื่อรวบรวมรายชื่อทั้งหมดส่งให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(คตช.) ทั้งนี้กรอบการทำงานมี2ระดับ คือ ระดับที่จะต้องพิจารณาโดยนายกรััฐมนตรีและระดับหัวหน้าส่วนราชการเพื่อดำเนินการปรับย้ายออกจากจุดที่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องของวินัยและปกครองไม่ใช่เรื่องของอาญา แต่ในส่วนของคดีอาญาก็ว่ากันไป
พลเอกไพบูลย์ กล่าวอีกว่า จะมีการเรียกประชุมศอตช.ทุกเดือน ดังนั้นก็จะมีแบบนี้ทุกปี ถ้ามีหลักฐานชัดเจนก็จะส่งรายชื่อทุกเดือน ถ้าเดือนไหนไม่มีหลักฐาน ไม่เรียบร้อยก็ไม่เป็นไร จะมีกี่รายศอตช.ก็จะดู
เมื่อถามว่าการประชุมในวันนี้พิจารณากรณีทุจริตทั่วไปหรือเฉพาะกรณีรุกที่ป่าสงวนของโบนันซ่า รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทุกกรณีทั้งหมด ทั้งประเทศทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องที่มีปัญหามานานแล้ว ส่วนตรวจสอบย้อนหลังไปกี่ปีตนไม่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ เพราะไม่ได้มีการสรุปเนื้อหาละเอียด
เมื่อถามว่ากรณีของโบนันซ่ามีข้าราชการเกี่ยวข้องกี่ราย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า อย่ากำหนดเลย เพราะตนพูดในภาพรวม แต่ท่านถามเฉพาะเหตุการณ์ ทั้งนี้โบนันซ่าอาจจะต้องสอบสวน ยังไม่เรียบร้อย เพราะคดีเพิ่งดำเนินการ แต่ในที่ประชุมก็มีการพูดถึงแต่เมื่อสอบถามแล้วยังอยู่ในขั้นของการตรวจสอบหลักฐาน แต่ก็พอรู้แล้วว่าใครอยู่ตรงไหน ณ เวลาตรงนั้น ตรงนี้ เห็นภาพแล้ว แต่ต้องรอให้ชัดเจน เพราะตนบอกแล้วว่าต้องชัดเจน
เมื่อถามว่าแสดงว่าข้าราชการ100กว่ารายที่ว่ายังไม่มีกรณีของโบนันซ่าใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ยัง แต่เรารู้หมด แต่เดี๋ยวเกิดความไม่เป็นธรรม แต่เห็นโครงสร้างแล้ว เห็นเรื่องราวมันมีแนวทางอยู่แล้ว แต่ขอให้เราดำเนินการและให้เขาได้รับความเป็นธรรม เราต้องมีคุณธรรม ไปแกล้งเขาไม่ได้
“เรื่องโบนันซ่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เขาทำ ผมต้องเรียกเขาถามมารายงานรายละเอียด รู้ว่าเขาไปปฏิบัติการบริเวณไหนบ้าง แต่ไม่รู้จุดด้วยซ้ำไป และต้องให้ความเป็นธรรมโบนันซ่าเพราะเรื่องมันยังไม่จบ ก็ต้องสอบถามทุกหน่วย ทั้งฝ่ายดูแลพื้นที่ เจ้าหน้าที่ ต้องใช้เวลา”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
เมื่อถามว่าใน100กว่ารายที่จะมีการเสนอชื่อให้นายกรัฐมนตรีหากเขาไม่ไ่ด้รับความเป็นธรรมจะมีช่องทางอย่างไร พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ก็เสนอมา มีกระบวนการอยู่แล้ว ก็เอาหลักฐานมา แต่ตนมัั่นใจว่าป.ป.ช. สตง. คตร. และป.ป.ท. 4หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องทุจริตให้บ้านเมืองไม่ทำอะไรที่เป็นการรังแกคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งเสมอว่าอย่าไปรังแก ต้องมีคุณธรรมจริยธรรม
เมื่อถามว่าการปรับย้ายจะเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคสช.หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ เพราะบางคนอาจจะเป็นแค่คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี ปลัดกระทรวง บางคำสั่งอาจจะต้องใช้ระดับคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพราะอย่างที่บอกว่าการทำงานจะมี2ระดับให้ดำเนินการแต่ทั้งหมดจะได้รับการตรวจสอบจากประธาน คตช.คือ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องตรวจสอบและเห็นชอบ เราจึงจะส่งหนังสือไปยังหน่วยงาน และเมื่อเสนอชื่อให้นายกฯแล้วท่านก็จะเรียกประชุมคตช. เชื่อว่าท่านจะตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นท่านจะถูกหาว่าไม่มีคุณธรรม เพราะเราต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการเขาด้วย และตนเองก็ทำด้วยความรอบคอบ ซึ่งตนย้ำกับ4หน่วยงานว่า ต้องรอบคอบ อย่าทำให้ท่านนายกฯเสียความเป็นผู้นำเรื่องจริยธรรมและคุณธรรม
เมื่อถามว่าการจะปรับย้ายไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับขั้วการเมืองใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มี ตนยังไม่รู้เลย คิดว่าตนจำชื่อข้าราชการประเทศไทยได้ทั้งหมดหรือ ไม่มีใครจำได้
“ผมยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับขั้ว ถ้ามีชื่อแล้วนายกเห็นสอดคล้องแล้วก็ทำจริง ท่านก็จะเห็นได้เลยว่าเราไม่ได้ทำเรื่องพวกนี้ ท่านอย่าเอาเรื่องพวกการเมืองมาเกี่ยวข้อง ผมทำเรื่องทุจริตคือสิ่งที่เป็นวาระแห่งชาติ คือสิ่งที่ประชาชนต้องการให้จัดการ ผมทำเรื่องนี้ ท่านอย่าผูกเรื่อง เหมือนโบนันซ่าท่านก็พยายามผูกผมไปเรื่อย ท่านต้องแยกประเด็นไม่เช่นนั้นปัญหาบ้านเมืองมันแก้ไม่ได้ ผมเดินเรื่องทุจริตอย่างเดียว”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
เมื่อถามว่าสังคมก็กังวลว่าเมื่อตรวจสอบทุจริตแล้วสุดท้ายไปเจอคนนามสกุลใหญ่ก็จะจัดการไม่ได้ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวยืนยันว่า "ไม่มีหรอกครับ คุณต้องเอามาสิ ต้องมาบอกผมว่าใครอย่างไร คือสงสัยให้มาถามได้เลย นามสกุลนี้มาถามได้เลยแล้วเราก็จะบอก บางทีเราเข้าใจว่าทำไมไม่จัดการแล้วไหนหละหลักฐาน เหมือนเรื่องโบนันซ่าผมก็บอกว่ายังไม่มี ต้องให้เวลาในการสอบสวน แต่โดยพฤตินัยมันน่าจะชัดเจน
เมื่อถามว่าโบนันซ่าระบุว่าเขามี ภทบ.5 กับ น.ส.3ก. พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เอาน่า อย่าไปลงลึก ตนเข้าใจ แต่ประชาชนต้องเข้าใจด้วยอย่าไปเร่งรัด แต่เรามีระบบนี้ขึ้นมาแล้วจะได้ตอบได้ว่าทำไม 3-4 ปีถึงไม่ดำเนินการ





