เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่กองขยะขนาดใหญ่ ภายใน มช. คาดต้นเหตุของเพลิงมาจากความคึกคะนองของนักศึกษาบางคน
วานนี้ (11 มี.ค.) ได้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่กองขยะขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า ลานชีวมวล บริเวณบ้านร่มสัก หรือตลาดฝายหิน ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเกิดเพลิงลุกโหมอย่างหนักและเกิดควันไฟจำนวนมาก กระทั่งเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันพัฒนาที่ 3 พร้อมรถดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่ และ ชุดดับเพลิงของเทศบาลตำบลสุเทพ เข้าระงับเหตุ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 23.50น.
กระทั่งในช่วงเช้าวันนี้กองเพลิงดังกล่าวยังคงคุกรุ่น ยังมีกลุ่มควันโพยพุ่งออกมาจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครเชียงใหม่ และกองพันพัฒนาที่ 3 ได้นำรถดับเพลิง และรถแบ็คโฮเข้ามาเคลียร์พื้นที่ แก้ไขปัญหาดังกล่าว
นายไพศาล สุรธรรมวิทย์.เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พื้นที่เกิดเหตุ เพลิงได้ลุกไหม้เป็นวงกว้างกว่า 200 ตารางเมตร จากพื้นที่ลานชีวมวลทั้งหมดกว่า 5 ไร่ ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุ เป็นจุดที่ทางมหาวิทยาลัยได้นำขยะจำพวกเศษไม้ และ ใบไม้แห้งที่ตัดมากองไว้ จึงเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดีทำให้เพลิงนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลา เกือบ 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด โดยนำรถไถนา เข้าทำแนวกันไฟ แยกส่วนที่ไฟไหม้และยังไม่ลุกลาม ออกจากกัน พร้อมระดมฉีดน้ำสกัดโดยรอบ ทั้งรถดับเพลิงของเทศบาล และ รถดับเพลิงของทหาร หน่วยกองพันพัฒนาที่ 3 สับเปลี่ยนเข้าส่งน้ำ
“ได้ควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด และ ทหารได้จัดชุดเสือไฟ เข้าตรวจสอบโดยรอบ เพื่อไม่ให้ลุกลาม จนถึงเช้าและในช่วงเช้ารถเครื่องจักรขนาดใหญ่ของเทศบาลจะเข้ามาขุดขยะที่ติดเชื้อไฟ ออกมาเพื่อระดมฉีดน้ำกันอีกครั้งหนึ่งให้ดับสนิท ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกลุ่มควันคลุ้งเป็นบริเวณกว้างทั่วมหาวิทยาลัยและพื้นที่ใกล้เคียง” นาย ไพศาล กล่าว
ขณะที่ ผศ.ดร.ณัฐ วรยศ รองอธิการบดี ฝ่ายกายภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นลานชีวมวล ที่นำขยะประเภทใบไม้ กิ่งไม้ และวัตถุย่อยสลายง่าย จากภายในมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ มากองหมักไว้ เพื่อใช้ในการทำปุ๋ย ส่งให้แก่คณะเกษตร หรือผู้ประกอบการที่สนใจ เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว โดยปกติพื้นที่ดังกล่าวจะเกิดเพลิงไหม้ได้ยาก เพราะมีบางส่วนที่ชื้นแฉะ คาดว่าต้นเหตุของเพลิงดังกล่าวอาจจะมาจาก ความคึกคะนองของนักศึกษาบางคน และทั้งนี้ได้มีการทำแนวกันไว้ไว้ก่อนแล้ว จึงทำให้เพลิงไม่ลุกลามเป็นพื้นที่บริเวณกว้างกว่านี้





