วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'แจงคุยพศ.แล้วไม่มีมติ'ธัมมชโย'ปาราชิก

"วิษณุ"แนะเปิดเผยรายงานประชุมมส.ให้สาธารณชนทราบ แจงคุยพศ.แล้วไม่มีมติ"ธัมมชโย"ปาราชิก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีประเด็นว่ามหาเถรสมาคม(มส.)นำกรณีปัญหาที่เกี่ยวกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกายที่เคยมีมติว่าคดีจบไปแล้วจะนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ว่า ขอเวลาตนพิจารณาก่อน แต่ตอนนี้ตนได้มีคำถามไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาให้ค้นข้อมูลให้ตนเพิ่มเติมและเชิญหน่วยงานอื่นมาหารือด้วย อย่างไรก็ตามมหาเถรสมาคมจะมีการประชุมอีกครั้งตามปกติ และการประชุมครั้งต่อไปจะมีการรับรองรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ จึงอยู่ที่รายงานการประชุมที่เขารองรับว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนขอให้ช่วยเผยแพร่รายงานนั้นให้สาธารณะทราบว่าตกลงแล้วมติในวันที่ 20 กุมภาพันธ์คืออะไร ถ้าเป็นไปตามนั้นก็ไม่มีอะไร ส่วนที่ว่าไม่มีการโหวต ก็เป็นเรื่องปกติที่บางครั้งจะมีมติโดยไม่มีการโหวต เหมือนการประชุมครม.ก็ไม่เคยมีการโหวต

ส่วนมติของมส.เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ในข้อแรกนั้นมีการรับทราบสิ่งที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)รายงานว่าได้ไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการปฏิรูปฯชุดของนายไพบูลย์ นิติตะวัน และมติข้อที่ 2 เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ก็ขอให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมีทำหน้าที่ตรวจสอบสรุปรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ประกอบด้วยคณะกรรมการรวม 6 คนและรูป เป็นพระธรรมยุทธ 2 รูป พระมหานิกาย 2 รูป และฆราวาส 2 คน ซึ่งมติมีเท่านี้ ส่วนพิจารณาพระธัมมชโยปาราชิกหรือไม่ตัวแทนสำนักพระพุทธศาสนาบอกว่าไม่มีในส่วนนี้ เราคงต้องรอดูว่ามหาเถรสมาคมรับรองหรือไม่อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นโอนเงินให้วัดธรรมกายนั้นจะมีแนวทางอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็กำลังทำอยู่ ต้องเรียนให้ทราบว่าหน้าที่ตนไม่ใช่การลงมาสอบสวนหรือชี้ถูกชี้ผิด เขามีเจ้าหน้าที่มีกระบวนการของเขา มีสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) กรมสืบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กรมการศาสนา ดูแลอยู่ และด้วยความที่มีหลายหน่วยงานอาจจะเกี่ยงงาน ลักลั่นกัน ดังนั้นตนจะมาดูแลกระบวนการทั้งหมดแล้วสรุปเสนอรัฐบาลเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้สอบสวนเอง แต่ตอบไม่ได้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะได้ข้อยุติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะกลายเป็นสงครามศาสนจักรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากพูดมากๆ มันก็จะเป็น 

ต่อข้อถามที่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่าไม่อยากเข้าไปยุ่ง กลัวว่าลูกศิษย์ของแต่ละฝ่ายจะลุกขึ้นมาขัดแย้งกันเอง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีใครอยากยุ่งหรอก ตนก็ไม่อยากยุ่ง แต่ว่า ยุ่งในที่นี้หมายถึง ยุ่งในความหมายว่า ไปสอดแทรก ไปวิ่งเต้น ไปกลบเกลื่อน ถือหาง แต่ถ้าหากคำว่ายุ่งในความหมายว่า เป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน เกิดความโปร่งใส เกิดความถูกต้องแก่ศาสนา เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้อง ยิ่งมีเรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องการคืนเงินก็เป็นส่วนหนึ่งของคำว่าเป็นธรรมนะ มันก็เป็นเรื่องที่คนที่มีหน้าที่ตรงนี้จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง ตนมีหน้าที่ก็เลยต้องยุ่ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นายวิษณุกล่าวว่า วันนี้ต้องเอาเงินคืนให้ได้ก่อน เรื่องนี้ตนพูดมากไม่ได้ เดี๋ยวเสียรูปคดี เพราะเรื่องดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนเกินกว่าที่สังคมรู้ ถ้างั้นก็บอกว่าเพื่อความโปร่งใสทำไมไม่ทำให้รู้ให้หมด พูดมากไปมันก็ไม่ได้เช่นกันในเรื่องพวกนี้อยู่ที่ว่าเราหวังผลอะไร ถ้าหวังผลว่าให้มันเรียบร้อยคืนเงินเสร็จแล้วค่อยว่ากันก็ว่าไปตามลำดับ ในแง่ของนักข่าว นักข่าวสนใจในสิ่งที่เป็นข่าว แต่ในแง่ของรัฐบาลที่ต้องทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย มันมีอะไรที่อยู่ใต้ข่าวอีกเยอะ ที่ยังไม่เป็นข่าว พูดเมื่อไหร่ก็เป็นเมื่อนั้น จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังอย่างมาก เพราะสิ่งที่เรามองเห็น มันไม่ใช่ปัญหาทั้งหมด วันนี้คือทำอย่างไรให้คืนเงินมาให้คนเป็นหมื่นร้องร่ำคร่ำครวญกันอยู่ ให้เกิดผลตรงนั้นเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าภายหลังมีผลพิพากษาคดีสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นแล้วไม่ว่าแพ่งหรือดีเอสไอ จะสามารถยื่นต่อให้ทางมส.พิจารณาความผิดทางสงฆ์ของวัดธรรมกายต่อได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนเข้าใจคำถาม แต่ตอบไม่ถูก ทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของมหาเถรสมาคมก็ต้องส่งให้อยู่แล้ว เพราะสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจะเกี่ยวข้องหรือไม่ไม่ทราบ แต่ว่าวันนี้มีการกล่าวอ้างว่าเกี่ยว ข่าวก็ออกมาว่าประธานคนก่อนที่การจ่ายเช็คให้พระ เท็จจริงก็ไม่ทราบ ตรงนี้คือสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้องลงไปสอบให้ได้ว่าเงินของสหกรณ์ที่หายไปมันไปสู่เส้นทางไหนบ้าง แล้วตามไปดู เพื่อเอาเงินคืนมา เพราะเราถือว่าเอาเรื่องสหกรณ์เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาวัดธรรมกายเป็นตัวตั้ง จากการทำแบบนี้หวังว่าจะเกิดอะไรตามมาให้เรารู้อะไรต่อไป ย้ำว่าเราเอาสหกรณ์ตั้งแล้วสาวไปสู่ปลายทางของเงิน ไม่ใช่วัดธรรมกาย" นายวิษณุกล่าว