กมธ.ร่างรธน.ไร้ข้อสรุป ปมถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"เข้าข่ายห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตามรธน.ใหม่หรือไม่ เหตุรอพิจารณาบทบัญญัติว่าด้วยการถอดถอนก่อน
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบการเมืองที่ดี ว่า หมวด 3 รัฐสภา ในส่วนที่ 2 ว่าด้วยสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมาตราส่วนใหญ่ได้นำความในมาตราที่เกี่ยวข้องในส่วนเดียวกันของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณา โดยมีประเด็นที่แตกต่างสำคัญ 3 ประการ คือ 1.กำหนดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งซึ่งอยู่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ ต้องลงทะเบียนแสดงความจำนงว่าจะออกเสียงลงคะแนนก่อน, 2.ลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา 113 (8) ที่ว่า เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือกระทำการอันให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งนำความจากรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 35(4) มาบัญญัติ และ 3.การชนะการเลือกตั้งและได้ทำหน้าที่เป็น ส.ส. ต้องชนะเสียงของผู้ที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนน หรือ โหวตโนด้วย โดยกำหนดไว้ในมาตรา 115 ว่า “ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จะเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือจะเป็นบัญชีรายชื่อที่ได้รับเลือก ต่อเมื่อได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
นายคำนูณ แถลงด้วยว่า นอกจากนี้ในร่างรัฐธรรมนูญ มาตราที่ว่าด้วยลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งนำความจากมาตรา 100 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณาและเพิ่มประเด็นที่ว่า เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำพิพากษา ขณะที่คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ได้นำความจากมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณา แต่ได้แก้ไขในรายละเอียดว่าในจำนวนปีที่เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง จากเดิมกำหนดไว้ 5 ปี ได้แก้ไขให้เป็น 4 ปี ตามข้อเสนอของนักการเมือง นอกจากนั้นได้กำหนดคุณสมบัติผู้จะสมัครรับเลือกตั้งเพิ่มเติม ใน (5) ความว่า “ได้แสดงสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งไม่มีรายได้ตามที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี และมีคุณสมบัติอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งวุฒิสภา”
นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า ขณะที่มาตราว่าด้วยการกำหนดให้อายุของ ส.ส.สิ้นสุด ได้นำความจากมาตรา 106 ของรัฐธรรมนูญมาพิจารณา แต่ได้เพิ่มเติมในประเด็นที่ว่า “หรือสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา 168 วรรคห้า” คือเป็นกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ โดยหลักการสำคัญเพื่อเป็นกลไกปกป้องฝ่ายบริหาร ไม่ให้มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจำนวนมาก อย่างไม่มีเหตุผลสมควรและเพื่อเป็นการกำหนดว่าการตรวจสอบรัฐบาลต้องทำด้วยวิธีการอื่นมากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งสาระสำคัญคือ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมีการลงมติไม่ไว้วางใจสำเร็จ ซึ่งเป็นเหตุที่คณะรัฐมนตรีต้องพ้นไป ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรต้องพ้นไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในรายละเอียดของลักษณะต้องห้ามของการลงสมัครรับเลือกตั้ง ใน (8) นั้นนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง คือนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 จะเข้าข่ายด้วยหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวในความเห็นส่วนตัวว่า ต้องมีการตีความในพฤติกรรมและบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 นั้น ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเพราะตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดไว้แต่อาจไม่ใช่เพราะมีส่วนร่วมกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เบื้องต้นกรณีนี้คืออดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ถูกคำพิพากษาได้ใบแดง
เมื่อถามต่อว่าในลักษณะต้องห้ามของการลงสมัครรับเลือกตั้ง ใน (15) ที่กำหนดว่า “เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือถูกตัดสิทธิทางการเมืองตามมาตรา 256 หรือ มาตรา 257” นั้นจะหมายรวมถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วยหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัวไม่สามารถพูดได้ชัดเจน เนื่องจากในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดของประเด็นถอดถอน ที่กำหนดไว้ในมาตรา 256 หรือ มาตรา 257 เบื้องต้นมียังมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ในประเด็นการให้รัฐสภาลงมติถอดถอน หรือการให้ประชาชนดำเนินการ ประกอบกับกระบวนการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการในชั้นของสนช. และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้วจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นนั้นยังไม่มีข้อสรุป





