นายกฯย้ำไม่เลื่อนเวทีรับฟังความเห็นเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 วันนี้ ยันไม่เข้าร่วมรับฟังข้อมูล
สุดท้ายรัฐมีเหตุผลสู้ไม่ได้ พร้อมทบทวนหาทางออกใหม่ เผยต้องการตั้งคำถามไล่บี้ มีธงล่วงหน้า ระบุรัฐบาล"ไม่มีธง" พร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่ายหาข้อสรุป ก่อนทำโพลสำรวจความเห็นประชาชน "คุรุจิต"นำทีมพลังงานตอบข้อสงสัย ขณะที่ภาคประชาชน ชู "อภิสิทธิ์-ธีระชัย -รสนา-กรกสิวัฒน์" ขึ้นเวทีซักถาม
เวทีกลางแสดงความคิดเห็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ วันนี้ (20 ก.พ.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะไม่เข้าร่วมเวทีรับฟังความเห็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 วันนี้ (20 ก.พ.) แม้จะมีบางกลุ่มที่เห็นว่าควรเลื่อนออกไปก่อน หากนายกฯไม่ร่วมรับฟัง ขอยืนยันว่าจะไม่เลื่อน เพราะไม่ว่าอยู่ตรงจุดไหน สามารถรับฟังได้ตลอด อีกทั้งมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
นายกฯย้ำไม่เข้าร่วมอยู่ตรงไหนฟังได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าทราบว่ากลุ่มที่มาเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ ต้องการตั้งคำถามไล่บี้ตน และมีธงมาล่วงหน้า ตนเป็นผู้นำองค์กรรัฐต้องฟังความเห็นทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว หากกลุ่มที่คัดค้าน ไม่มาร่วมเวที แต่ไปพูดและเคลื่อนไหวข้างนอกถือว่าทำผิดกฎหมาย
“ก็แล้วแต่เขาผมอยู่ตรงไหนผมก็ฟังอยู่แล้ว ก็มีถ่ายทอดสด ผมอยากจะรู้ว่าเขาจะพูดอะไรเพิ่มเติมทั้งสองฝ่าย แม้ไม่ได้นั่งตรงนั้น ผมก็ต้องฟัง ผมทราบดีจะมีการตั้งคำถามใส่ผมด้วย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่อง ผมเป็นผู้ตัดสินใจฟังความเห็นทั้งสองฝ่าย มันมีกลไกอยู่ เมื่อฟังสองฝ่ายจบแล้วก็ไปหาทางออกกัน เวทีมีอยู่แล้ว ผมเปิดให้แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ยันรัฐบาลไม่มีธงล่วงหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า กระทรวงพลังงานและรัฐบาลไม่มีธงไว้ล่วงหน้าว่า จะต้องเดินหน้าสัมปทาน แต่ทุกอย่างต้องทำตามหน้าที่และกฎหมาย ซึ่งมีพ.ร.บ.พลังงานกำกับอยู่ หากไม่ทำตามกระบวนการก็ผิดกฎหมาย และภาคประชาชนก็ต้องรับฟังบ้าง เพราะกลุ่มที่คัดค้านเป็นกลุ่มเดิม ๆ ที่ผ่านมาก็มีการเปิดเวทีหลายครั้งแล้ว ไม่อยากเห็นการไปพูดในหลาย ๆ ที่โดยไม่ให้รัฐบาลชี้แจง ถ้ารัฐบาลชี้แจงแล้วเหตุผลสู้ไม่ได้ก็ต้องมาทบทวนว่า จะทำอย่างไรต่อไป
"ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีธงและไม่มีผลประโยชน์ คิดว่ากลุ่มที่จะมาชี้แจงก็คงไม่มีธงมาเช่นกัน เพราะสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้จะมีไม่ได้"
ดังนั้นหากต้องการให้ใช้วิธีอื่น เช่น การลงทุนภาครัฐร่วมเอกชน หรือรัฐลงทุนเองทั้งหมด ต้องมาแก้กฎหมายและดูความพร้อม ขณะนี้หากรัฐจะลงทุนเองทั้งหมด ก็ไม่มีความพร้อม เพราะเป็นหน่วยงานด้านนโยบาย ไม่ใช่หน่วยขุดเจาะและสำรวจน้ำมัน ซึ่งต้องลงทุนสูง โดยขั้นตอนกระบวนการของการแก้กฎหมายจะใช้เวลา 3 เดือน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนมีความตั้งใจว่าหลังมีการพูดคุยในเวทีนี้แล้วต้องหาคำตอบออกมาให้ได้ เพื่อให้ตนเองได้ตัดสินใจว่าจะเปิดสัมปทานหรือไม่ ถ้าตัดสินใจตามกฎหมายตามกติกาก็ต้องเปิด ทุกอย่างต้องทำให้เสร็จภายในเดือนมี.ค.นี้ หาคำตอบมาให้ได้
ทำโพลสำรวจความเห็นประชาชน
ส่วนการเปิดสัมปทานที่เลื่อนไปวันที่ 16 มี.ค.2558 จะมีการเลื่อนออกไปอีกหรือไม่ ก็บอกแล้วว่าถ้ามีอะไรก็เลื่อนแต่ต้องมีเหตุผลมา ตนไม่รับข้อมูลข้างเดียวแต่ดูข้อมูลทั้งหมดแล้วนำมาเปรียบเทียบกัน เห็นบางอย่างไม่ตรงกันต้องเอาเหตุผลมาจะพูดลอย ๆ ไม่ได้ ตนลำบากใจที่จะตัดสินใจว่า จะทำอย่างไร ในเมื่อตนห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวก็ให้มาพูดในช่องทาง เพื่อหาข้อยุติว่า รับได้ หรือรับไม่ได้ ไม่ใช่รับไม่ได้ทั้งหมด อะไรที่รับได้ก็ทำไปก่อน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าหลังรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย รัฐบาลจะไปพิจารณาอย่างรอบคอบ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เพื่อหาข้อสรุป พร้อมจะทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ ว่าต้องการให้รัฐดำเนินการอย่างไร ไม่ใช่ฟังความเห็นกลุ่มคัดค้านเพียงอย่างเดียว วันนี้มีแต่ผู้เห็นต่างกับรัฐบาล ประชาชนคนอื่นยังไม่ได้มีโอกาสพูด นี้ ดังนั้นต้องถามคนที่เหลือด้วย
รัฐดัน4ผู้เกี่ยวข้องร่วมแจงวันนี้
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าการจัดเวทีชี้แจงข้อสงสัยประเด็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 วันนี้ (20 ก.พ.) ฝั่งรัฐบาลได้ผู้ที่จะขึ้นเวทีชี้แจงไว้ 4 คน คือตน ในฐานะรองปลัดกระทรวงพลังงาน นายบรรยง พงษ์พานิช กรรมการคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด นายมนูญ ศิริวรรณ กรรมาธิการปฏิรูปด้านพลังงาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และนายศิริพงษ์ ศุภกิจจานุสรณ์ นักวิชาการอิสระด้านกฎหมายและภาษีระหว่างประเทศ ที่จะตอบคำถามทุกประเด็น ที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ร่วมรับฟังการชี้แจงที่ประกอบด้วยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาคธุรกิจ บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และภาคประชาชน ได้เข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นของรัฐในการเปิดสัมปทาน
ทั้งนี้จะมีการเปรียบเทียบให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียระหว่างระบบสัมปทานและระบบแบ่งปันผลผลิต ขั้นตอนกระบวนการในการสำรวจที่มีมาตรฐานสากล รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่จะมีการซักถาม โดยตัวแทนในฝั่งภาคประชาชน ที่จะขึ้นเวทีภาคประชาชนจะเป็นคนกำหนดตัวบุคคลเอง ทั้งนี้ เวทีชี้แจงครั้งนี้ถือว่าเป็นเวทีใหญ่ที่มีความสำคัญ คาดว่าน่าจะมีข้อยุติและนำไปสู่การเปิดสัมปทานได้ในวันที่ 16 มี.ค.นี้
"อภิสิทธิ์"นำทีม3แกนนำซักถาม
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าฝั่งตัวแทนภาคประชาชน ได้กำหนดตัวบุคคลที่จะขึ้นเวทีไว้ 4 คน คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมาธิการปฏิรูปด้านพลังงาน สปช. และ มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นักวิชาการ
โดยแต่ละฝ่ายจะมีเวลาอภิปรายฝั่งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งมีการประเมินแล้วว่า แม้ว่าการจัดเวทีครั้งนี้จะไม่มีข้อยุติ แต่น่าจะเป็นเวทีครั้งสุดท้าย ส่วนข้อเสนอของคณะบุคคลที่ลงชื่อคัดค้านการประชาชนที่เปิดสัมปทาน และให้แก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมก่อนการเปิดสัมปทานนั้น ภาครัฐคงจะไม่สามารถดำเนินการตามได้ เพราะต้องใช้เวลา ถือว่าเป็นการล้มการเปิดสัมปทานครั้งนี้ไปโดยปริยาย
ผู้สื่อรายงานว่า ในส่วนของผู้ดำเนินรายการบนเวทีนั้น ได้เลือกให้นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์ ผู้ดำเนินรายการ "เถียงให้รู้เรื่อง" มาดำเนินการเสวนา





