วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประเมินแผนชาติ-จัดทำฐานข้อมูล' ทางออกปัญหาแรงงานเด็กผิดก.ม.

เตรียมสำรวจตัวเลขเด็กทำงานและเด็กที่ถูกใช้แรงงานเพื่อทำฐานข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อไปชี้แจงต่อสหรัฐ : พีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไทยถูกปรับลดระดับสถานะการแก้ปัญหาค้ามนุษย์มาอยู่ระดับ 3 หรือ เทียร์ 3 คือ ปัญหาการใช้ "แรงงานเด็ก" ในสินค้าประเภท สิ่งทอ กุ้ง สื่อลามก อ้อย และปลา


แม้ว่าในสายตาของภาครัฐที่รับผิดชอบจะมองว่า ผลการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ของไทยในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมามีผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยจัดอยู่ใน "เกณฑ์ดี" แต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ยอมรับว่าต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องไปอีกสักระยะ โดยเฉพาะปัญหาการค้ามนุษย์ในกลุ่มแรงงานเด็กซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่


นายพีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) ในงานสัมมนาประชาพิจารณ์ผลวิจัยเรื่อง "การดำเนินการงานตามนโยบายและแผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายปีงบประมาณ 2552-2557" ว่า ปัญหาการใช้แรงงานเด็กในประเทศไทยถือเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองจากนานาประเทศ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งล่าสุดไทยก็ยังถูกเฝ้าระวังอยู่


เขาบอกว่า หลังจากที่ กสร.ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมา 2 ชุด สนธิกำลังกับทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบปัญหาการใช้แรงงานเด็กในพื้นที่ต่างๆ ก็พบว่า ใน จ.ตาก มีการใช้แรงงานเด็กอายุระหว่าง 11-14 ปี ในประเภทกิจการสิ่งทอ 2 แห่ง จำนวนเด็ก 2 คน และประเภทกิจการอิเล็กทรอนิกส์ 1 แห่ง จำนวนเด็ก 3 คน ซึ่งเด็กเหล่านี้เป็นชาวเมียนมาร์ จึงได้ส่งเด็กให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแล


ส่วนผู้ประกอบการที่กระทำผิดก็ส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานปี พ.ศ.2541 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ห้ามการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงาน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่เป้าหมายอีก 2 แห่งที่เจ้าหน้าที่กำลังจับตาอยู่เนื่องจากมีข่าวการใช้แรงงานเด็กอย่างผิดกฎหมาย


อธิบดี กสร. ระบุว่า เตรียมจะสำรวจตัวเลขเด็กทำงานและเด็กที่ถูกใช้แรงงานเพื่อจัดทำเป็น "ฐานข้อมูล" ที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพื่อสามารถนำไปชี้แจงต่อสหรัฐอเมริกาได้ คาดว่าการพัฒนาระบบฐานข้อมูลดังกล่าวจะใช้งบดำเนินการกว่า 10 ล้านบาท ขณะอยู่ระหว่างของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล


นอกจากนี้ นายพีรพัฒน์ บอกว่า กระทรวงแรงงานได้ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ประเมินผลการดำเนินนโยบายและแผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย (เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกนำไปซื้อขาย แรงงานขัดหนี้ เกณฑ์ไปสู้รบ ค้าประเวณี สื่อลามก ยาเสพติด รวมถึงการทำงานในสภาพแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย หรือศีลธรรม) ฉบับที่ 1 ปีงบประมาณ 2552-2557 ตาม 5 ยุทธศาสตร์ (ครึ่งแผนแรก) คือ


ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความตระหนักรู้ให้ครอบครัวและชุมชนถึงปัญหาการใช้แรงงานเด็กและเฝ้าระวัง ผลการดำเนินงานพบว่า เกิดความสำเร็จในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ที่ถูกต้องให้แก่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ครอบครัว ชุมชน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง


นอกจากนี้ ยังมีโครงการอบรมเตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพให้แก่เด็กที่จบการศึกษาและไม่ได้เรียนต่อ รวมถึงการจัดอบรมบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังปัญหาแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย


ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างและพัฒนาระบบรับแจ้งเหตุ และรับเรื่องราวร้องทุกข์ในภาคต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่เป็นแรงงานเด็ก พบว่า มีการดำเนินการสร้างและพัฒนาระบบหรือศูนย์รับแจ้งเหตุและระบบรับเรื่องราวร้องทุกข์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ในระดับประเทศนั้นมีการดำเนินการจับและให้การช่วยเหลือเหยื่อที่เป็นแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ที่ถูกใช้ จัดหา เพื่อการค้าประเวณี ไปยังประเทศต่างๆ


ยุทธศาสตร์ที่ 3 การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ พบว่า มีการพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเป็นเครื่องมือในการป้องกัน ปราบปราม ผู้กระทำผิด
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การให้ความรู้ด้านกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติ พบว่า มีการส่งเสริมให้ความรู้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในเรื่องกฎหมายและแนวปฏิบัติ แต่ยังคงขาดการจัดทำสื่อการเรียน การสอน การฝึกอบรม รวมทั้งจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานในรูปแบบสหวิชาชีพหรือเฉพาะทาง


ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนากลไกและระบบบริหารจัดการ พบว่า มีความยากในการบูรณาการงานที่ทำงานร่วมกันหลายภาคีเครือข่าย จึงทำให้ผลการพัฒนาเป็นไปในระดับไม่สูงนักหรือไม่เป็นที่น่าพอใจ
นายพีรพัฒน์ บอกว่า แผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี คาดว่าจะสรุปการประเมินผลได้เร็วๆ นี้ และจะนำผลการประเมินดังกล่าวมาวิเคราะห์ถึงปัญหาการดำเนินการต่างๆ เพื่อนำไปสู่การจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ฉบับที่ 2 ปีงบประมาณ พ.ศ.2558-2563 ต่อไป


ขณะที่ รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต อาจารย์จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานจัดทำแผนระดับชาติฯ ฉบับที่ 2 บอกว่า แนวคิดในการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติ ฉบับที่ 2 คือ ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองการใช้แรงงานเด็กในเรื่องเกี่ยวกับอายุของเด็กที่ถูกจ้าง การทำงานแลกค่าตอบแทนของเด็กทุกประเภท และยังครอบคลุมสภาพแวดล้อมในการทำงาน เงื่อนไขการจ้างงานที่สังคมไม่ยอมรับหรือเพิกเฉยไม่ได้


"แรงงานเด็กต่างด้าวเป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินการตามนโยบายและแผนฯ เพราะไม่มีข้อมูลที่เป็นทางการในเรื่องจำนวนที่แท้จริง จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบ ส่วนใหญ่ทำงานที่หลบซ่อนและเป็นงานอันตราย เป็นแรงงานบังคับและแรงงานทาสในภาคเศรษฐกิจนอกระบบที่ไม่ได้รับความคุ้มครองทางสังคม"
อย่างไรก็ตาม เขาทิ้งท้ายว่า การสร้างความเชื่อมั่นผลผลิตผลของประเทศไทยด้านการใช้แรงงานเด็ก จะก้าวพ้นมุมมองของปัญหาไปได้ต้องอาศัยทุกๆ ฝ่ายร่วมกันสอดส่อง แก้ไข และปฏิบัติตามกฎหมาย