วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บวรศักดิ์'ลั่นไม่มีบทสวดมนต์ใดปราบคอร์รัปชั่นได้

“บวรศักดิ์”ลั่นไม่มีบทสวดมนต์มนต์ใดปราบคอร์รัปชั่นได้ รับพิจารณากรณีมีคนเสนอให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการด้านการศาสนา จัดสัมมนาเรื่อง “อานิสงส์ของการสวดมนต์” โดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในระหว่างบรรยายตอนหนึ่งว่า การสาธยายมนต์หรือการสวดมนต์ เป็นการทำบุญแบบง่ายๆ ทันที 6 ประการ อาทิ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต และเป็นการให้ทาน ตนสวดมนต์ทุกวันระหว่างนั่งรถมาทำงาน คนขับรถมาใหม่ๆก็แปลกใจว่าตนสวดอะไร การสวดมนต์เป็นการให้ทาน ตนก็สวดให้คนที่ด่าตนทุกวัน โดยเฉพาะสื่อที่เขียนด่าตนก็รับเอาไป

นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมนต์ที่จะช่วยทำให้บ้านเมืองสงบ อยู่ในมงคลสูตรหากทุกคนยึดถือ และปฏิบัติก็จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ตนอยู่ในวงการปราชญ์ ซึ่งมีการตกลงกติกากันไว้ แต่พอถึงเวลาจริงๆกลับไปทำอีกอย่างหนึ่ง และคนส่วนใหญ่ก็เอาด้วย และลงมติไปตามนั้น ดังนั้นสัจจะจึงเป็นสิ่งสำคัญมากทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ส่วนการคอร์รัปชั่นเป็นการทำบาปที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเอาทรัพย์ของคน 65 ล้านคนมาเป็นของตัวเอง การชวนคนมาปราศรัยด่ากัน ตีกัน ก็เป็นวจีทุจริต อย่างไรก็ตาม ไม่มีบทสวดมนต์ไหนที่จะทำให้คนหยุดคอร์รัปชั่นได้ พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้คนเอาพุทธมนต์มาใช้ในทางนี้ การคอร์รัปชั่นเป็นพฤติกรรมของบุคคลเอาศาสนาไปบังคับไม่ได้

นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ก็จะรับไว้พิจารณา เรื่องนี้พระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีกระแสพระราชดำรัสว่าทุกคนมีมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา มีเพียงพระองค์ที่ถูกรัฐธรรมนูญ และกฎมณเฑียรบาลกำหนดให้เป็นทรงเป็นพุทธมามกะ ซึ่งต้องไปคิดกันดูว่าหมายถึงอะไร การที่ไม่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญคงมีเหตุผล ต้องเข้าใจทั้งฝ่ายที่สนับสนุน และไม่สนับสนุน ว่ามีเหตุผลอะไร แต่ส่วนตัวคิดว่าต้องมีกฎหมายในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งควรพิจารณาขอบเขตของเนื้อหา นอกจากนี้ เห็นว่าควรมีวิทยุ และโทรทัศน์ ที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ และนำหลักธรรมเข้าไปสอนในโรงเรียน