วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผย'ประยุทธ์'ห่วงกรณีถอดถอนแต่ไม่กังวล

“รองโฆษกฯ” เผย “ประยุทธ์” ห่วงกรณีถอดถอนแต่ไม่กังวล สั่งครม.-คสช.ชี้แจงสังคม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนช.จะลงมติในวันศุกร์ที่ 23 ม.ค.นี้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ไม่ได้เรียกประชุมเรื่องสถานการณ์ดังกล่าวเป็นพิเศษแต่อย่างใด แต่ได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ทุกคนช่วยกันชี้แจงว่าที่ผ่านมาความขัดแย้งเป็นอย่างไร เพราะทั้งสองฝ่ายต่างเรียกหาความยุติธรรม ดังนั้นต้องให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสชี้แจงโดยที่สังคมต้องได้รับทราบด้วย แต่อย่างไรก็ตามนายกฯเป็นห่วงในกรณีถอดถอน แต่ไม่ถึงกับเป็นกังวล เพราะว่านายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงให้กับครม.และผู้เกี่ยวข้องในภาคของคสช.ว่า ให้ทุกคนได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน จึงขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันทำความเข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือทำให้ความจริงปรากฏ และนายกรัฐมนตรีก็มั่นใจว่า ในช่วงระยะนี้ประเทศเรามีความสงบมากขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจก็ต้องช่วยกันไป มีข้อแนะนำจากภาคส่วนทั้งหลาย ก็รับมาปรับปรุง แต่มีส่วนหนึ่งที่เป็นกลุ่มการเมือง ยังมีสื่อที่อิงการเมือง หรือเป็นกระบอกเสียงที่พยายามทำให้สังคมเข้าใจผิด โดยพูดถึงพี่น้องสีเสื้อต่างๆ จึงอยากจะบอกว่า อย่าแบ่งสีเสื้อคนไทยอีกเลย เมื่อบ้านเรากำลังเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็อย่าไปแบ่งสีแบ่งฝ่าย อย่าไปกระตุ้น เพราะหากเกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก จะแก้ไขลำบาก

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายกฯอยากให้ย้อนกลับไปดูในช่วงที่บ้านเมืองเราขัดแย้งกัน ความขัดแย้งเกิดจากส่วนหนึ่งมีความรู้สึกว่าสิ่งที่รัฐบาลขณะนั้นทำเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเสียหาย แต่ขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็เห็นว่าถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อบ้านเมืองมันไปไม่รอด ไม่มีทางออก แต่ละส่วนรัฐบาลก็ไม่สามารถบริหารจัดการกับผู้เห็นต่างได้ ผู้เห็นต่างก็ทำให้ทุกอย่างชะงักงัน จึงมีคสช. มีรัฐบาลชั่วคราวนี้ขึ้นมา นายกฯอยากให้เข้าใจว่าท่านมาเพื่อต้องการที่จะยุติความขัดแย้งแล้วให้บ้านเมืองเดินไปได้ วันนี้จึงอยู่เฉยๆ ไม่ได้เพราะนั่นหมายความว่าปัญหาความขัดแย้งยังไม่หมดสิ้นไป ทุกฝ่ายเรียกร้องให้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรม จึงมีกระบวนการการพิจารณา ป.ป.ช. ก็ชี้แจงเหตุผลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีปัญหาตรงไหน อย่างไร รู้เรื่องแล้วทำไมจึงไม่ระงับยับยั้งเมื่อมีเสียงท้วงติง ส่วนฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ชี้แจงในมุมนั้นว่า ตั้งใจมาทำเพื่อเกษตรกร ไม่มีจุดประสงค์ให้เกิดความเสียหายหรือโกงกิน แต่การทำอย่างนี้ก็เท่ากับทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ได้มีโอกาสชี้แจงเรื่องนี้ต่อสังคมอย่างเปิดเผย ให้พี่น้องประชาชนได้ฟังข้อมูลทั้ง 2 ทาง แบบที่ไม่ใช่โต้กันไปมาผ่านสื่อ

“สรุปคือเป็นห่วง ขอให้ทุกคนช่วยกันชี้แจง ฝากสื่อมวลชนใช้ดุลพินิจนำเสนอข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ และมั่นใจในจรรยาบรรณของทุกคนในการนำเสนอข้อมูล อย่าไปขยายความขัดแย้งอีก”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

เมื่อถามว่านายกฯ ได้ติดตามการถ่ายทอดสดการถอดถอนดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯ ตามข้อมูลข่าวสารตลอดอยู่แล้ว แต่หากนายกฯ ติดภารกิจงานอะไรก็จะสั่งการให้ผู้ติดตามสรุปข้อมูลไว้แล้วนำเรียนภายหลัง เมื่อถามว่านายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเฝ้าจับตากลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีการสั่งการพิเศษเฉพาะหน่วยงานหรือไม่ แต่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ได้ร่วมติดตามสถานการณ์และร่วมประชุมกับนายกฯ ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็เริ่มมั่นใจว่าประชาชนเข้าใจรัฐบาลและคสช.มากขึ้น

เมื่อถามว่านายกฯ ได้ขอให้สื่อมวลชนลดการนำเสนอข่าวที่สร้างความขัดแย้งหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการวิเคราะห์วิจารณ์กันไปว่ารัฐบาลส่งสัญญาณแบบนั้นแบบนี้บ้าง ซึ่งนายกฯ ได้อธิบายไปหมดแล้ว แต่สิ่งที่นายกฯ กังวลคือกลุ่มการเมืองที่มีสื่ออยู่ในมือคอยชี้นำมวลชนซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเพราะทำให้สังคมแตกแยกจึงให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงและขอความร่วมมือว่าอย่าแบ่งสีแบ่งฝ่ายอีกเลยเพราะสังคมเริ่มเข้าสู่ความสงบแล้ว

เมื่อถามว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังมีอำนาจในการจัดการกลุ่มที่ยุยงปลุกปั่น อะไรหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า คสช.ยังมีอำนาจในการดำเนินการสั่งการ แต่คสช.ไม่ต้องการไปไล่บี้ใครแต่คสช.อยากให้แต่ละกลุ่มตระหนักได้ด้วยตนเองว่าบ้านเมืองขณะนี้อยู่ในความสงบแล้ว แต่หากตระหนักเองไม่ได้เราก็ต้องจัดการด้วยวิธีจากเบาไปหาหนัก โดยเริ่มจากพูดคุยแบบให้เกียรติก่อนแล้วค่อยมีมาตรการอื่นๆ ตามมา

เมื่อถามว่าคืนวันนี้ฝ่ายความมั่นคงจะมีการเฝ้าจับตาสถานการณ์อะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว และไม่ได้มีการจับตาอะไรเป็นพิเศษ

"จะเรียกว่าคืนนี้จะเป็นคืนหมาหอนคงไม่ใช่เพราะสภานิติบัญญัติ(สนช.)เป็นบุคคลที่มีคุณวุฒิซื้อกันไม่ได้อยู่แล้ว แต่หากฝ่ายการเมืองจะหอนก็หอนไปทางเราก็พยายามทำทุกอย่างให้เรียบร้อย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันให้ข้อมูลที่เป็นจริง และรัฐบาลอยากให้เชื่อมั่นในการทำงานของสนช." พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงหมดแล้ว แต่ประชาชนยังคงมีความสงสัยบางประการรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่ายจะไปพูดชี้นำอะไรไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่าการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเราพยายามให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายเรียกได้ว่าเป็นผู้คุมกติกาเท่านั้นม ส่วนหากผลคำตัดสินออกมาแล้วยังมีบางฝ่ายไม่พอใจคงเป็นไปไม่ได้ เพราะจากการสำรวจพบว่าประชาชนไม่ได้ติดใจอะไรเพียงแต่อยากฟังข้อมูลทั้งสองฝ่ายเท่านั้น และนายกฯ ก็มั่นใจว่าปฏิกิริยาของประชาชนเป็นแบบนั้น

เมื่อถามว่าการที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำกลุ่มนปช.ออกมาระบุว่าหากเกิดการถอดถอนขึ้นจริงการปรองดองคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า "ใช่หรือ การปรองดองต้องไม่ทำความจริงให้ปรากฏหรือ ไม่ใช่ ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเราทำความจริงให้ปรากฏให้ทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงข้อมูลที่เป็นอยู่อย่างเต็มที่ ท่านจะมาเองหรือจะให้ใครชี้แจงแทนก็เป็นเรื่องที่สนช.จะใช้ดุลยพินิจพิจารณา" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

เมื่อถามว่าพรุ่งนี้ (23 ม.ค.) หากมีกองเชียร์มาให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์สามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เราจะไปห้ามก็คงไม่ได้แต่นายกฯ เชื่อมั่นว่าหากเพียงไปให้กำลังใจก็คงไม่เป็นไร แต่หากทำอะไรที่สร้างความขัดแย้งขึ้นมาอีกก็คงไม่ได้แน่