กมธ.ยกร่างรธน.ถกที่มาของกรรมการสรรหาศาลรัฐธรรมนูญ เกือบลงตัวแล้ว มีจาก"ศาล-ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล-นักวิชาการ"
มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ต่อเนื่องเป็นวันที่หก ในร่างมาตราที่ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ใน หมวด1 ว่าด้วยศาลและกระบวนการยุติธรรม ของภาค3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
โดยเริ่มพิจารณาในมาตรา (3/1/1) 2 ว่าด้วยคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยอนุ กมธ.ยกร่างบทบัญญัติฯ ได้นำหลักการมาจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาตรา 257 มาพิจารณาและปรับปรุงบทบัญญัติเป็นคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 9 คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา จำนวน 1 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิจากตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 1 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิที่เลือกจากพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่มีส.ส.ในสภา จำนวน 2 คน แบ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากฝ่ายรัฐบาล จำนวน 1 คนและจากฝ่ายค้าน จำนวน 1คน, นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ รวม 4 คน แบ่งเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการเลือกกันเองของคณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 1คน และจากสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน 1 คน, คณบดีคณะรัฐศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 1 คน, และจากสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน 1 คน และจากการเลือกของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ จำนวน 1 คน
ทั้งนี้มีข้อกำหนดห้ามไม่ให้คณะกรรมการสรรหาเข้าไปสมัครเพื่อรับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่คณะกรรมการสรรหามีจำนวนไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด ได้เขียนบทบัญญัติให้ใช้เกณฑ์ 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการสรรหาที่มีอยู่และให้มีสัดส่วนกรรมการสรรหาที่มาจาก 4 ประเภท ประกอบเป็นคณะกรรมการสรรหาเพื่อดำเนินการสรรหาได้
สำหรับการพิจารณาประเด็นคณะกรรมการสรรหานั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอแก้ไข โดยในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา และตุลาการศาลปกครอง เพิ่มจำนวนให้เป็น 4 คน มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา จำนวน 2 คนและตุลาการศาลปกครองจำนวน 2 คน เพื่อให้,ผู้ทรงคุณวุฒิในสายวิชาการจากคณบดีนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ได้แก้ไขให้เหลืออย่างละ 1 คน นิติ
ส่วนประเด็นที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากสมัชชาพลเมืองนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้อภิปรายในรายละเอียด อาทิ วิธีการสรรหา ทั้งนี้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้เปลี่ยนเป็นการสรรหาจากสมัชชาพลเมือง แทนสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เมื่อพิจารณารายละเอียดแล้วพบว่าจะทำให้เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ อย่างไรก็ตามมีเสียง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้ตัดความดังกล่าวออก เนื่องจากกังวลเรื่องการฟ้องร้องคดีที่อาจเกิดขึ้นและกระทบต่อการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตได้ แต่อนุกมธ.ยกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตรา ได้ชี้แจงว่าเหตุที่ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิมาจากสมัชชาคุณธรรมฯ เพื่อต้องการให้มีบุคคลที่เข้ามาพิจารณาในส่วนคุณธรรมและจริยธรรม หากตัดส่วนดังกล่าวอาจจะมีปัญหาได้ อย่างไรก็ตามที่ประชุมไม่สามารถหาข้อยุติได้ จึงแขวนข้อความวรรคดังกล่าวรอการพิจารณาไว้ก่อน
ทำให้สุดท้ายแล้วกรรมการสรรหาจะมาจาก 1)ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน (จากเดิมเป็น ประธานศาลฎีกา) 2)ตุลาการศาลปกครอง 2 คน (จากเดิมเป็นประธานศาลปกครองสูงสุด 3)พรรครัฐบาล 1 คน 4.)พรรคฝ่ายค้าน 1 คน 5)นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ 1 คน และ 6)นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ 1 คน ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิจากสมัชชาคุณธรรม หรือ สมัชชาพลเมืองยังแขวนไว้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในมาตรา (3/1/1)2 ที่ว่าด้วยการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดคณะกรรมการที่มาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกด้วยเหตุผลว่าเพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองเป็นผู้นำในการประชุมสรรหาดังกล่าว โดยธรรรมเนียม ปฏิบัติประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา และที่ผ่านมาพบว่ามีการครอบงำ
จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การพิจารณามาตราต่อไป และผ่านการพิจารณาโดยไม่มีการแก้ไข ประกอบด้วย มาตรา (3/1/1)3 ว่าด้วยวิธีการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยนำความในรัฐธรรมนูญ พ.ศ2550 มาตรา 206 (2) ที่ระบุให้วุฒิสภาเป็นหน่วยงานที่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับรายชื่อ โดยใช้วิธีลงคะแนนลับ มาพิจารณา และปรับหลักการใหม่ คือ หากวุฒิสภาลงคะแนนไม่เห็นชอบแม้เพียงบางส่วนให้เริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่
ขณะที่มาตรา (3/1/1)4 ว่าด้วยวาระดำรงตำแหน่ง จำนวน 9 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว โดยอนุ กมธ.ยกร่างบทบัญญัติ ได้นำบทบัญญัติของมาตรา 208 ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาใช้โดยไม่มีการปรับแก้ ทั้งนี้ข้อเสนอร่างมาตราดังกล่าวที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ยกการพิจารณาไปเป็นวันที่ 21 ม.ค. เวลา 09.00 น. และได้ปิดการประชุมเวลา 11.45 น. เนื่องจากในช่วงบ่าย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเข้าร่วมเวทีวิสัยทัศน์ประเทศไทย ที่โรงแรมเอเชีย
ทั้งนี้ช่วงค่ำวานนี้ คณะกรรมาธิการยกร่างก็ได้ผ่านมาตราที่กำหนดจำนวนและที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้มีจำนวน 9 คน เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2550 และมีที่มาจาก 1)ผู้พิพากษาที่มาจากศาลฎีกา จำนวน 2 คน (ลดลงจาก รธน. 2550 ที่ให้มี 3 คน) 2)ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จำนวน 2 คน (เท่ากับ รธน. 2550) 3)ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ หรือผู้เชี่ยวชาญสาขานิติศาสตร์ จำนวน 3 คน และหนึ่งในนั้นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ( เพิ่มจากเดิม รธน. 2550 ที่ให้มี 2 คน) และ 4)ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ 2 คน (เท่ากับ รธน. 2550)





