"ประยุทธ์"ระบุการฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้ ต้องทำอย่างโปร่งใส เผยงานด้านความมั่นคงมีความก้าวหน้า
ที่จังหวัดนราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือและแก้ขัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้ติดตามปัญหามาโดยตลอด ซึ่งแต่ละพื้นที่มีปัญหามากบ้างน้อยบ้างซึ่งไม่ใช่ความบกพร่องของใครถือเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ เนื่องจากมีปริมาณฝนที่ตกมากที่สุดในรอบ 50 ปี ซึ่งการลงพื้นที่ในวันนี้ได้หารือกับอธิบดีกรมชลประทาน ผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงมหาดไทยซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยและร่วมมือกัน และหลังจากนี้ก็จะทำการฟื้นฟูเยียวยา ขอร้องว่าจะต้องทำอย่างโปร่งใส ว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ขณะเดียวกันจะประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนประเทศมาเลเชียที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในส่วนของความมั่นคงได้มอบหมายให้ กรอ.มน.ภาค 4 ส่วนหน้าประสานดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งแม่ทัพภาค 4 รายงานให้ทราบว่าปัจจุบันมีการพูดคุยกันได้อย่างดีมากทั้ง ศอ.บต. และส่วนราชการอื่น ๆ โดยเฉพาะในการปรับและจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่เพื่อให้เกิดความทั่วถึง รวมทั้งการพูดคุยกับผู้เห็นต่าง ส่วนตัวคิดว่ามีความก้าวหน้า ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายต้องการความปรองดองและต้องการคุยกับเราหรือไม่ หากไม่ต้องการคุยเราไปบังคับไม่ได้ และเราจะคุยเฉพาะกับกลุ่มที่พร้อม ส่วนกลุ่มที่ไม่พร้อมก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายเห็นต่างต้องไปหาวิธีการเพื่อให้เขากลับมาคุย แต่ยืนยันว่าคนเหล่านี้เป็นคนไทย เพราะเท่าที่จับมาเป็นคนไทยทั้งนั้น และไม่ใช่คนเลวทั้งหมดเพียงแต่มีความเห็นต่างและทำผิดกฎหมายอาญา ฆ่าคนตาย สร้างความรุนแรง แต่ไม่ได้เป็นสงครามระหว่างชาวไทยพุทธกับชาวไทยมุสลิม ซึ่งถือว่ายังโชคดีที่ปัญหาหยุดแค่นี้
"วันนี้ได้บอกกับชาวบ้านว่า รัฐบาลนี้เขามาทำหน้าที่อะไรบ้าง ขอว่าอย่าคิดถึงเรื่องการเมืองมากนัก ดูเรื่องตัวเองให้ปลอดภัย นโยบายถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องดีก็ขอความร่วมมือ เพราะยุคนี้เป็นยุคแห่งการพูดคุยกันแล้ว ไม่มีการเมืองเพราะผมไม่ใช่นักการเมือง ถ้าไม่แก้วันนี้ก็คงแก้ไม่ได้อีกแล้ว และยืนยันว่ายังไม่มีแนวคิดที่จะยุบองค์กรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน"นายกรัฐมนตรี กล่าว





