"สรรเสริญ"เผยชงคดี 268 ส.ส.ปมแก้รธน.ที่มาส.ว. ให้ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่แล้ว จ่อฟันปมเสียบบัตรแทนกัน
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าในการไต่สวนคดีถอดถอน 268 ส.ส. กรณีมีส่วนร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ว. ว่า ขณะนี้มีการสรุปสำนวนเสนอเข้ามาในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว โดยได้ให้แยกสรุปเป็นกลุ่ม ๆ เช่นเดียวกับกรณี ส.ว. ที่ถูกชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา ส.ส. เพิ่มเติมอีก 1 ราย เนื่องจากในช่วงรัฐประหารฝ่ายเราได้หยุดกระบวนการไต่สวน เพราะไม่ชัดเจนว่ามีอำนาจทำต่อหรือไม่ แต่ตอนนี้มีอำนาจทำเพิ่มแล้ว จึงให้แจ้งเพิ่ม
สำหรับการสรุปคดีแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.ส.ส.ที่แก้ข้อกล่าวหาจบหมดแล้ว ก็จะแบ่งว่า ส.ส. รายนี้ลงชื่อหรือไม่ลงชื่อ ยกมือเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 2.ส.ส.ที่กระทำความผิดทางอาญา เช่น เสียบบัตรแทนกัน เป็นต้น ดังนั้น คิดว่าในส่วน ส.ส. ที่แก้ข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว และสามารถจัดกลุ่มได้แล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. คงจะได้วินิจฉัยเป็นกลุ่มๆ ว่า ผิดอะไร ผิดอย่างไร ไม่ผิดอะไร ไม่ผิดอย่างไร และต้องมีมติออกมาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ส.ที่ถูกแยกสำนวนเป็นคดีอาญามีเยอะหรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า กรณีเสียบบัตรถ้าพูดจริง ๆ นี่เป็นจุดปัญหา เพราะระบบของสภามันไม่สามารถที่จะไปพิสูจน์ได้ว่า ใครไปเสียบบัตรแทนใคร ใช้เครื่องไหน วันไหนเวลาใด เพราะเป็นระบบไว้ออกเสียงอย่างเดียว คือใครมีบัตรมากดก็ออกเสียงได้ มันจึงพิสูจน์ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จากการไต่สวนพบว่า มีผู้กระทำผิดโดยมีพยานยืนยันค่อนข้างชัดเจน เพียงแต่ว่าจะสาวไปถึงผู้ร่วมกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เราก็พยายามทำอยู่ ถ้าทำได้ก็จะมีผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่ม แต่ถ้าทำไม่ได้อย่างน้อยผู้ที่เป็นคนเสียบบัตรจะต้องรับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนคดีถอดถอน ส.ว. จำนวน 38 คน กรณีมีส่วนร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ว. ให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว





