วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชพน.เสนอเขียนกรอบอำนาจส.ส.-ส.ว.ให้ชัด

ชพน.เสนอ 10 แนวทางรธน.ใหม่ ชูเขียนกรอบอำนาจส.ส.-ส.ว.ให้ชัดตามความต่าง

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม มีวาระรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนของพรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล ในหัวข้อ จะยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้สังคมไทยมีอนาคตที่ดีเพื่อส่งมอบให้ลูกหลานได้อย่างไร โดยทั้ง 2 พรรคดังกล่าวได้ส่งตัวแทนระดับแกนนำเข้าร่วม ประกอบด้วยพรรคชาติพัฒนา นำโดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค, พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ฐานะรองหัวหน้าพรรค, ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค,นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค, นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรค ขณะที่พรรคพลังชล ประกอบด้วย นายสันต์ศักดิ์ จรูญงามพิเชษฐ์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายปรเมศร์ งามพิเชษฐ์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัฒนา เลขาธิการพรรค ทั้งนี้ก่อนการเริ่มประชุม นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ธงหรือข้อยุติเกี่ยวกับพิมพ์เขียวใดๆ ทั้งสิ้น โดยการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะชุดที่มีนายสุจิต บุญบงการ และนพ.กระแส ชนะวงศ์ เป็นประธานอนุกรรมาธิการฯ ถือเป็นผู้ใหญ่ที่หลายฝ่ายเคารพ อีกทั้งยังมี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ. ที่ตนยกให้เป็นมือประสานสิบทิศ ดังนั้นหากพรรคการเมืองใดมีรายละเอียดที่ต้องการเสนอให้กับกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมสามารถส่งมาได้ตามช่องทาง ทั้งนี้ทางกมธ. ได้แจกรายชื่ออนุกรรมาธิการฯ และรายชื่อกรรมาธิการฯ เพื่อให้พิจารณาส่งความเห็นเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการเข้าให้ความเห็น นพ.วรรณรัตน์ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงข้อเสนอในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า หลักการของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นกลาง เท่าเทียม ทั้งรูปแบบวัฒนธรรมและนิสัยของคนในชาติ โดยต้องไม่ให้เกิดทางตันในชาติขึ้นอีก โดยมีข้อพิจารณาคือ 1. เขตเลือกตั้งต้องมีความเหมาะสมกับจำนวนประชากร เช่น ใช้อัตรา ส.ส. 1 คน ต่อประชากร 1.5 แสนคน, 2.ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องกำหนดคุณสมบัติและบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างจาก ส.ส.เขต และมีสัดส่วนไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนส.ส.ทั้งหมด, 3.ส.ส.ควรสังกัดพรรคการเมือง และให้อำนาจตัดสินใจอย่างอิสระในบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เช่น การผ่านงบประมาณ, การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, 4.การทำหน้าที่ของส.ว. ที่มีที่มาแตกต่างกัน คือ ส.ว.เลือกตั้ง และแต่งตั้งต้องมีอำนาจและบทบาทที่ต่างกัน ขณะที่ส.ว.ต้องกำหนดให้มีความอาวุโสมากกว่าส.ส., 5.ที่มาของนายกฯ ต้องมาจากการเป็นส.ส. แต่ต้องหาทางออกกรณีที่บ้านเมืองเกิดวิกฤต ที่นายกฯ ไม่ต้องมาจาก ส.ส. พร้อมกำหนดบทบาทและหน้าที่รวมถึงระยะเวลาดำรงตำแหน่งที่ต่างกัน

น.พ.วรรณรัตน์ เสนอด้วยว่า 6.การทำนโยบายประชานิยมของรัฐบาลควรกำหนดให้ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาก่อนนำไปปฏิบัติ, 7.การตรวจสอบการทุจริตควรทำอย่างเสมอภาค และอยู่ภายใต้บทลงโทษที่เท่ากับทุกตำแหน่ง ทุกองค์กร, 8.การสรรหาองค์กรอิสระต้องมีขั้นตอนที่ทำให้เกิดความชอบธรรมในการใช้อำนาจขององค์กรนั้นๆ โดยยึดการมีส่วนร่วมของประชาชน และทุกองค์กรที่สามารถถูกตรวจสอบได้, 9.ควรกำหนดให้กีฬาเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ว่า กีฬาสร้าสังคม, สังคมสร้างชาติ, กีฬาทำให้คนรู้จักแพ้ ชนะ และอภัย และ 10.ควรให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยว เพื่อกระจายความเจริญ และยึดโยงกับประชาชน