นายกฯประยุทธ์ ยันไม่ชี้นำสนช.-สปช. เรื่องกฎหมาย ส่วนการทำประชามติขึ้นอยู่กับสถานการณ์
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงผลการประชุมการประชุมร่วม 5 ฝ่าย เมื่อวานนี้(18 พ.ย.) ว่า เป็นการพูดคุยหารือในทางปฏิบัติว่าจะทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย เป็นไปตามโรดแม็พที่วางไว้ และวางพื้นฐานของประเทศในระยะยาว ซึ่งเกี่ยวพันทั้งเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกที่ต้องออกมาให้ทันกรอบเวลา
เพราะหากมีการเลือกตั้งแล้วกฎหมายต่างๆ ไม่เรียบร้อยก็จะทำให้การแก้ปัญหาต่างๆ แก้ไขไม่ได้อีก ถือเป็นการทำความเข้าใจให้ทุกส่วนตั้งโจทย์ให้ตรงกันว่าวันนี้อะไรคือความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย พ.ร.บ. ซึ่งต้องมีแนวทางร่วมกัน และที่สำคัญคือขอให้จัดความสำคัญว่ากฎหมายใดล้าสมัย เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องเร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว เพราะมีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศ ส่วนกฎหมายใดที่ออกไม่ได้ต้องเร่งออกมาให้ได้ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชน และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากๆ คงต้องใช้เวลาพิจารณานาน ส่วนอะไรที่สามารถปฏิบัติได้เลยไม่ต้องใช้กฎหมายก็ขอให้แจ้งมายังรัฐบาล รัฐบาลก็จะนำไปขับเคลื่อนทันที ส่วนอะไรที่ทำไม่ทันก็ต้องใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย เพื่อส่งต่อการปฏิรูปให้กับรัฐบาลใหม่
"วันนี้พอใจการทำงานของทุกส่วน และต้องเห็นใจเพราะสนช. ที่ตั้งมาระยะหนึ่งก็ได้เดินหน้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้มีกฎหมายเข้าไปอยู่ในกระบวนการกว่า 170 กฎหมายที่กระทรวงต่างๆกำลังจะส่งมา และยังมีอีก 20 กฎหมาย ที่กำลังพิจารณาในชั้นกฤษฎีกา ก่อนจะส่งไปยังสนช. ซึ่งขั้นตอนยังอีกยาวก่อนจะบังคับใช้กฎหมายได้ อาทิ กฎหมายภาษีมรดก ที่ยังต้องถกแถลงกันอีก 3 เดือน อย่างเมื่อเช้าผมได้ดูข่าวมาว่าชาวไร่ชาวนาเกรงว่าจะเดือดร้อน จะขายไร่ขายนามาเสียภาษีหรือไม่ จึงต้องไปหากันดูว่าจะดูแลกันอย่างไร ยืนยันว่าเราคิดถึงทุกประเด็น ต้องทำให้ทุกคนพอใจ ไม่ใช่อยากออกอะไรก็ออกไป และไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เงินมามากมาย"นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า รัฐบาลและคสช. จะไม่เข้าเกี่ยวข้องในการสั่งการใดๆทั้งสิ้นกับสนช. หรือสปช. ที่เป็นเรื่องของกฎหมาย จะไปชี้นำอะไรไม่ได้ ซึ่งตนเห็นด้วยกับบทความในหนังสือของนายคณิต ณ นคร ที่ระบุว่า "การใช้กฎหมายเข้าไปแก้ปัญหาทางการเมืองอันตราย ต้องระมัดระวัง" เพราะการบังคับใช้กฎหมายบางครั้งก็เป็นปัญหา ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่ก็จะโดนละเว้น ถ้าทำก็อาจดูแรงเกินไป ถ้ามีคนสร้างความรุนแรงก็จะวุ่นวายไปกันหมด ถึงจะเห็นต่างแต่ต้องเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ซึ่งต้องใช้หลักการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ มีเหตุมีผล และมีสติ ตนจึงพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าต้องมีสติ แม้กระทั่งเวลาตอบคำถามสื่อก็ต้องระมัดระวัง ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เวลาถามคำถามบางเรื่องเราเข้ามาแก้ปัญหาที่มันซับซ้อน แต่ยังไม่ทันทำอะไรกลับมาบอกว่าจะกลับเป็นเหมือนเดิม แล้วตนจะเอากำลังใจที่ไหนมาทำ เราเข้ามาทำไม่มีเรื่องผลประโยชน์ หรือการสืบทอดอำนาจใดๆทั้งสิ้น จึงขออย่าไปเขียนจนทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจไปหมด
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการทำประชามตินั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่อจากนี้ไป ถ้าทุกคนร่วมมือกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา การมีส่วนร่วมของประชาชนขั้นแรกคือ สอบถามจากช่องทางต่างๆ ที่ได้ตั้งคณะที่ปรึกษาตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งเราต้องตั้งโจทย์ไว้ตั้งแต่แรก เพราะหากคนมากขึ้นความคิดก็จะไม่ตรงกัน แต่หากมีโจทย์ตั้งไว้อยู่แล้ว ก็มาดูว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ว่ามา ตนได้แนะนำไปเช่นนั้น แต่ไม่ได้มีธงให้





