วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้านถอดถอน'ยิ่งลักษณ์'

"เพื่อไทย"จี้สนช.ระบุฐานความผิดให้ชัด-อย่ารีบ "ดิสทัต-กาญจนารัตน์-ปรีชา-วุฒิศักดิ์-ยอดยุทธ"นั่งกมธ.ร่างรธน.

สมาชิก "เพื่อไทย" ดาหน้าค้านสนช.ถกถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" ระบุต้องถกเถียงฐานความผิดให้ชัดเจนก่อน วอนขอความเป็นธรรมด้วย "หมอเหวง" จี้คสช.เบรกถอดถอน เหตุ "อสส.-ป.ป.ช." ยังไม่ได้ข้อสรุปปมทุจริตจำนำข้าว "สุรชัย" ระบุ 12 พ.ย.แค่ถกสำนวน-กำหนดวันแถลงเปิดคดี คาดเข้าสู่การพิจารณาภายใน 25 วัน สนช.เคาะ 5 ตัวแทนนั่งกมธ.ร่างธรน. "สมเจตน์" หลุดโผ "ปลอดประสพ" ยี้ 20 ตัวแทนสปช. ชี้ไม่ใช่ตัวแทนประชาชน

มีกระแสต่อต้านจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) ต่อกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) บรรจุวาระถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนัดประชุมสนช.นัดพิเศษในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว

นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย และอดีตคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า อยากให้สนช.แยกประเภทให้ชัดเจน เช่น ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี มีเรื่องข้าวอยู่เท่าใดและในสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์มีจำนวนเท่าใด ต้องแยกให้ดีก่อนที่จะสอบสวนนางสาวยิ่งลักษณ์ เพราะโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบเพียงคนเดียว

"อยากขอร้องประธานสนช.ว่า อย่าเร่งรีบมาก อยากให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อน ขอให้แยกเรื่องข้าวตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ว่าเสียหายเท่าไหร่ ขายไปเท่าไหร่ และเหลือในปัจจุบันเท่าไหร่ ไม่ใช่เหมาให้ นางสาวยิ่งลักษณ์คนเดียว อีกทั้งตอนที่นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นประธานนั้น ได้มอบหมายให้คนอื่นทำหน้าที่ในการประชุมแทน จึงต้องสอบสวนผู้ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมขณะนั้นด้วย และหากข้าวเสียหายก็ต้องโทษเจ้าของโกดัง ต้องเร่งดำเนินคดี รวมทั้งต้องตรวจสอบตั้งแต่รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดี พาณิชย์จังหวัด องค์การคลังสินค้า(อสค.) เจ้าของโกดัง และธ.ก.ส."

นายอำนวย กล่าวว่า สนช.ต้องถกเถียงฐานความผิดให้ชัดเจนด้วย ขอความเป็นธรรมให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ด้วย เพราะไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องดูแลประชาชน เหมือนในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ก็ต้องดูแลประชาชน โดยมีการจ่ายเงินสนับสนุนชาวนาไร่ละ 1,000 บาท และมีการจำนำที่ยุ้งฉาง เป็นต้น

"เหวง"วอนคสช.เบรกถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"

ด้านนพ.เหวง โตจิราการ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า อยากให้คสช.ยื่นมือเข้ามาแทรกแซง เพราะคสช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 63/57 ว่า จะรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม หากไม่ยื่นมือเข้ามายับยั้งแสดงว่าประกาศฉบับดังกล่าวไม่มีความจริงใจในการรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม

ทั้งนี้ เมื่ออัยการสูงสุด(อสส.) ให้ความเห็นออกมาแล้วว่าไม่มีหลักกฎหมายข้อไหนที่อดีตนายกฯ มีอำนาจไประงับยับยั้งหรือยกเลิกนโยบายรับจำข้าวได้ เพราะในอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการต่อเพราะเป็นนโยบายของรัฐ และกรณีที่ป.ป.ช.บอกว่าโครงการดังกล่าวมีการทุจริตทุกขั้นตอนนั้น อัยการสูงสุดอยากให้ป.ป.ช.นำหลักฐานการทุจริตมาสักหนึ่งขั้นตอนแต่ก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนแน่ชัดมาแสดงได้

"เมื่ออัยการสูงสุดเห็นแล้วว่าข้อมูลพยานหลักฐานของทาง ป.ป.ช.ยังไม่ครบถ้วนรัดกุมเพียงพอ จึงมีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างอัยการสูงสุดและ ป.ป.ช.เพื่อหาข้อสรุปของคดีดังกล่าว จึงอยากให้คสช.และสนช.ยับยั้งเรื่องนี้ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม หากยังเดินหน้าเร่งรัดเร่งรีบอยู่ก็แสดงว่า ป.ป.ช.กำลังทำผิดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรมหรือไม่ ซึ่งประชาชนอาจมองว่าเกิดความไม่เป็นธรรมกับอดีตนายกฯ เหมือนเป็นการอาฆาตกันไม่จบสิ้น และจะก่อให้เกิดความขัดแย้งยุ่งเหยิงของประเทศขึ้นมาอีกครั้งได้"

"สุรชัย"ชี้12พ.ย.แค่กำหนดวันแถลงเปิดคดี

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 กล่าวถึงการพิจารณาถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ จะเป็นการประชุมเพื่อกำหนดวันแถลงเปิดคดี พร้อมกับพิจารณาสำนวน โดยที่คู่ความ มีสิทธิขอยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมได้ หากเห็นว่าสำนวนของ ป.ป.ช.ยังไม่ครบถ้วน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 25 วัน นับจากวันประชุมนัดแรก

โปรดเกล้าฯประธาน-รองประธานสปช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) แล้ว คือ 1.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 2.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง และ3. นางสาวทัศนา บุญทอง เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พุทธศักราช 2558

ทั้งนี้ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รับผิดชอบสำนักเลขาธิการสปช.จะมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการในวันจันทร์ที่ 3 พ.ย.นี้ ที่อาคารรัฐสภา

สนช.เคาะ5ตัวแทนนั่งกมธ.ร่างรธน.

ด้านการประชุม สนช.เมื่อวานนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกสมาชิกสนช. 5 คนเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน โดยมีสนช.ที่แสดงความจำนง 11 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตส.ว.สรรหา 2.นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม 3.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ กรรมการกฤษฎีกา 4.นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 5.นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานสภาคณาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) 6.นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง 7.นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 8.นายประมุท สูตะบุตร อดีตผู้พิพากษา 9.พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ 10.พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ และ11.นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีการลงคะแนนนั้น นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ อดีตเลขาธิการกฤษฎีกา ได้ขอถอนตัว ขณะที่การลงคะแนนดำเนินการในทางลับ มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 182 คน

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ประกาศผลการนับคะแนนเรียงตามลำดับดังนี้ 1.นายดิสทัต 175 คะแนน 2.นางกาญจนารัตน์ 167 คะแนน 3.นายปรีชา 149 คะแนน อันดับ 4.นายวุฒิศักดิ์ 126 คะแนน และ 5.พล.อ.ยอดยุทธ 100 คะแนน สำหรับผู้สมัครคนอื่น อาทิ พล.อ.สมเจตน์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะได้รับคะแนนมากที่สุดนั้น ได้คะแนนเพียง 85 คะแนน ส่วนนายทวีศักดิ์ ได้ 67 คะแนน ขณะที่นายภัทรศักดิ์ได้ 37 คะแนน พล.อ.นิวัติ ได้ 26 คะแนน และนายประมุท ได้ 24 คะแนน

"ปลอดประสพ"ยี้20กมธ.รธน.โควตาสปช.

นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 20 คน ในสัดส่วน สปช.ว่า คนพวกนี้ไม่ใช่ตัวแทนของประชาชน และผลที่ออกมาคงจะไม่ถูกใจประชาชน เชื่อว่าประชาชนคงมองออกว่ารัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่เกิดขึ้นจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ อีกทั้งแนวทางการเขียนรัฐธรรมนูญก็ออกมาแล้วจากคำพูดของผู้นำคณะทหารตั้งแต่ต้น ออกมาในคำสั่ง คสช.และสุดท้ายออกมาในรูปแบบของรัฐธรรมนูญชั่วคราว

ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นถูกกำหนดมาแล้ว ใครจะเขียนไม่สำคัญ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญควรมีที่มาจากตัวแทนประชาชน สรุปคือ ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากภายในหรือภายนอก ทุกอย่างมีค่าเท่ากัน และการที่สปช.โหวตเอาแต่คนภายในก็สะท้อนให้เห็นว่าสปช.มีความมั่นใจในตัวเองมาก ใจแคบ และหลงว่าตัวเองคือผู้แทนของปวงชนชาวไทย

"ผมไม่ได้คาดหวังกับรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน อย่างไรก็ตาม อยากให้ดู 20 พระหน่อ มีตั้งหลายพระหน่อที่ขึ้นเวทีมาแล้ว ดังนั้นเห็นๆ อยู่ว่ารูปร่างหน้าตาของรัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นอย่างไร เรื่องความเป็นธรรมไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้หวังจะเห็นประชาธิปไตยเต็มใบ ไม่ได้หวังจะเห็นประชาธิปไตยสวยสดงดงามตามระบอบประชาธิปไตย แต่อย่าถึงกับออกมาเป็นดอกอุตพิดก็แล้วกัน"

"ไพบูลย์"ดันส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช. ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงรัฐธรรมนูญใหม่ว่า หลักใหญ่ของตนที่จะนำเสนอในการร่างรัฐธรรมนูญคือ เพิ่มอำนาจให้ประชาชนและลดอำนาจพรรคการเมือง ให้ประชาชนมีอำนาจการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยตรงอย่างเป็นรูปธรรม มีส่วนร่วมในการเข้าถึงอำนาจให้มากขึ้น ซึ่งการลดอำนาจพรรคการเมืองนั้น จะต้องให้ประชาชนเลือกตัวแทนโดยตรงเข้าไปทำหน้าที่ในสภา จะสังกัดพรรคหรือไม่ก็ได้ แต่กระบวนการเลือกจะต้องเลือกโดยประชาชน ตัดระบบปาร์ตี้ลิสต์ ตัดระบบเขตเดียวเบอร์เดียว เพราะเป็นระบบที่ทำให้ส.ส.ต้องไปอิงกับพรรคการเมือง

เช่น บางเขตมีผู้มีสิทธิ์ 1 แสนคน แต่คนที่ได้คะแนน 3 หมื่นกว่าคะแนนกลับได้เป็น ส.ส. แล้วประชาชนอีกกว่า 60-70% ที่ไม่เห็นด้วยนั้นจะทำอย่างไร เป็นอย่างนี้ทั้งประเทศ ดังนั้น สภาผู้แทนราษฎรในอดีตจึงเป็นสภาผู้แทนของประชาชนส่วนน้อย วิธีแก้คือใช้เขตเลือกตั้งเป็นเขตจังหวัด ประชาชนมีหนึ่งเสียงเท่านั้น โดยแต่ละจังหวัดจะมี ส.ส.ได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชาชน ซึ่งบางจังหวัดอาจจะมี ส.ส. 10 คนก็ได้ โดยให้ผู้ที่ประสงค์จะเป็นส.ส.ลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วประชาชนเลือกตั้งให้ได้จำนวนส.ส.ของจังหวัดนั้น ๆ รวมแล้วประชาชนที่ใช้สิทธิ์อย่างน้อย 80 % จะได้ส.ส.ของเขา วิธีนี้ประชาชนจะได้เลือกโดยตรงและได้ตัวแทนของเขาอย่างแท้จริง

ส.ส.-ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ-เป็นสมัยเดียว

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า การเลือกนายกฯ ต้องเลือกโดยรัฐสภา หมายความว่าเลือกโดยส.ส. และส.ว. และนายกฯ กับรัฐมนตรีจะต้องไม่เป็นส.ส. ผู้สมัครเป็นนายกฯ จะต้องได้รับการเสนอชื่อโดยสมาชิก แต่จะกี่คนก็ว่ากันไป แล้วก็โหวตกันในที่ประชุม ทั้งนี้ คุณสมบัติสำคัญที่ตนจะเสนอข้อหนึ่งคือ จะต้องไม่เป็นบุคคลที่เคยเป็นนายกฯ รัฐมนตรีมาก่อน และเป็นได้สมัยเดียว จะเป็นต่อไม่ได้

"เหตุผลคือ จากประวัติศาสตร์ นายกฯ จะทำงานได้ดีในสมัยแรก สมัยต่อมาจะเปลี่ยนเป็นทรราชย์ ดังนั้นประเทศไทยให้นายกฯ เป็นสมัยเดียวก็พอ นี่คือการแก้ไขความขัดแย้งของไทย เช่นเดียวกัน หากนายกฯ คนนี้ทำงานดีก็จะเป็นบรรทัดฐานให้นายกฯ คนต่อไป นอกจากนี้นายกฯ จะยุบสภาไม่ได้ ส่วนรัฐสภาทำเรื่องถอดถอนได้ แต่ไม่สามารถลงมติให้พ้นจากตำแหน่งได้ เมื่อนายกฯ เข้ามาเป็นแล้ว ก็ต้องเป็นให้ครบวาระ จะพ้นจากตำแหน่งได้สถานเดียว คือ คำพิพากษาของศาล และเพิ่มอำนาจ ส.ส.และส.ว.ให้ตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ โดยรวบรวมรายชื่อส.ส.และส.ว.แล้วยื่นฟ้องตรงต่อศาลในคดีทุจริตคอร์รัปชัน"

"จรัส"เสนอให้จังหวัดปกครองตนเอง

ด้านนายจรัส สุวรรณมาลา สปช.ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะครั้งใดก็ตามจะมีโครงร่างไว้อยู่แล้ว โดยอาจจะนำรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 2550 หรือฉบับใดมาเป็นต้นร่างก็ได้ เพราะหลักการจะเหมือนกัน คือ ร่างรัฐธรรมนูญในกรอบที่ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว ใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ทั้งนี้ ส่วนตัวมองเรื่องหลักที่ต้องปฏิรูปคือ เรื่องการปกครองท้องถิ่น โครงสร้างอำนาจการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งด้านเศรษฐกิจด้วย โดยแนวทางในส่วนของการปกครองท้องถิ่นนั้น มีการคิดอยู่หลายแนวทาง แต่ที่ตนจะผลักดัน คือ การให้จังหวัดปกครองตนเอง หมายถึงเขตการปกครองพิเศษเหมือนกรุงเทพฯ โดยจะดูจังหวัดที่มีความพร้อมและเป็นหัวเมืองใหญ่ ส่วนการปกครองระดับท้องถิ่นขนาดเล็ก เช่น อบต. จะต้องมีการปรับปรุงให้ทำงานในเรื่องที่ทำได้ดีจริง ๆ ไม่ใช่ให้ทำทุกเรื่องเหมือนที่ผ่านมา