"กรุงเทพโพลล์" เผยปชช. 86.6% ชี้การนำเสนอข่าวของสื่อมีอิทธิพลต่อความคิด แต่ไม่เป็นอิสระ แนะจัดสอบใบอนุญาต
กรุงเทพโพลล์ได้สำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปสื่อสารมวลชน ภายใต้หัวข้อ“กรุงเทพโพลล์ร่วมปฏิรูปประเทศไทย:ปฏิรูปสื่อเพื่อลดความขัดแย้ง”พบว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 91.8 ติดตามข่าวจากทีวี รองลงมาร้อยละ 35.0 ติดตามข่าวจากโซเชียลมีเดีย เช่น facebook twitter และร้อยละ 34.7 ติดตามจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ส่วนข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนต้องคิดพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อข่าวนั้น ๆ มากที่สุดคือ ข่าวจากทีวี (ร้อยละ 55.1) รองลงมาคือข่าวจากโซเชียลมีเดีย (ร้อยละ 47.9) และ ข่าวจากจากเว็บไซต์ต่าง ๆ (ร้อยละ 33.0) ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 86.6 มีความเห็นว่าการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในปัจจุบันมีอิทธิพลมากถึงมากที่สุดต่อการชี้นำทางความคิดของประชาชน ขณะที่มีเพียงร้อยละ 10.5 เท่านั้นที่เห็นว่ามีอิทธิพลน้อยถึงน้อยที่สุด ที่เหลือร้อยละ 2.9 ไม่แน่ใจ
เมื่อถามถึงความเป็นอิสระของสื่อมวลชนจากนายทุนหรือนักการเมืองในการนำเสนอข่าว ประชาชนร้อยละ 64.8 เห็นว่าสื่อไม่เป็นอิสระ ถูกครอบงำ และซื้อได้ถ้าหยิบยื่นให้ ขณะที่ร้อยละ 26.2 เห็นว่า สื่อเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำ และซื้อไม่ได้ ที่เหลือร้อยละ 9.0 ไม่แน่ใจนอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 74.5 เห็นว่า ข่าวที่สื่อนำมาเสนอเชื่อถือไม่ค่อยได้ เพราะไม่ได้นำเสนอความจริงทั้งหมด รองลงมาร้อยละ 20.7 เห็นว่าเชื่อถือได้ ตรงตามข้อเท็จจริง และร้อยละ 2.2 เห็นว่าสื่อเชื่อถือไม่ได้เลย เพราะข้อมูลไม่เป็นความจริง สร้างข่าวขึ้นมาเอง ที่เหลือร้อยละ 2.6 ไม่แน่ใจ
สำหรับความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวการเมืองของสื่อมวลชน ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.4 ระบุว่าสื่อไม่ค่อยเป็นกลาง รองลงมาร้อยละ 30.2 ระบุว่าเป็นกลาง และร้อยละ 10.0 ระบุว่าไม่เป็นกลางเลย ที่เหลือร้อยละ 5.4 ไม่แน่ใจ
เมื่อถามถึงการปฏิรูปประเทศไทยในครั้งนี้ สื่อมวลชนจำเป็นต้องถูกปฏิรูปด้วยหรือไม่ พบว่าประชาชนมากถึงร้อยละ 78.5 ระบุว่าจำเป็นต้องปฏิรูปสื่อด้วย ขณะที่มีเพียงร้อยละ 16.4 ที่ระบุว่าไม่จำเป็นต้องปฏิรูปสื่อ และที่เหลือร้อยละ 5.1 ไม่แน่ใจสุดท้าย เมื่อถามว่าสื่อมวลชนในประเทศไทยควรมีการสอบใบอนุญาตวิชาชีพสื่อมวลชน เหมือนวิชาชีพอื่น ๆ เช่น แพทย์ ทนายความ หรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 89.9 เห็นว่าควรมีการสอบใบอนุญาต ขณะที่มีเพียงร้อยละ 6.9 เท่านั้นที่ระบุว่า ไม่ควรมีการสอบ และที่เหลือร้อยละ 3.2 ไม่แน่ใจ





