"ชัยอนันต์"ชี้เป็นหนทางลดคอร์รัปชัน-หนุนนายกฯคนนอก "พะจุณณ์"ชงแก้ก.ม.สกัดคอร์รัปชั่น "ขจัดภัย"ดันปฏิรูปราชการ
เสนอโมเดลปฏิรูปการเมือง ค้านเลือกตั้งนายกฯโดยตรง หนุนเปิดทางคนนอกนั่งนายกฯ เสนอลดอำนาจส.ส.ลงเหลือ 77 คน มาจากเลือกตั้งจังหวัดละคน ไม่ต้องสังกัดพรรค พร้อมหนุนยกเลิก ส.ว. ดันตั้งคณะสภาที่ปรึกษาทำหน้าที่แทน "สมบัติ"ขอลุยปฏิรูปการศึกษา-การเมือง หวังพรรคปลอดนายทุน ขณะสปช.รายงานตัวแล้ว 209 คน เหลืออีก 41 คน
ข้อเสนอและแนวคิดเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะด้านที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทางการเมืองของประเทศนั้น ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ยังอยู่ระหว่างการเข้ารายงานตัว และกำหนดนัดให้มีการประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธาน และรองประธานในวันที่ 21 ต.ค.
นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ราชบัณฑิต ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง เปิดเผยกับทีมข่าว"สำนักข่าวเนชั่น" ถึงแนวคิดการปฏิรูปการเมืองว่า ปัญหาการเมืองอยู่ที่การวางกรอบอำนาจให้การเมืองส่วนบนมากกว่าส่วนล่าง ดังนั้นการอุดช่องว่าง คือ การลดอำนาจของ ส.ส. เริ่มจากลดจำนวนให้เหลือเพียง 77 คน มาจากการเลือกตั้งภายในจังหวัดๆ ละ 1 คน ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เนื่องจากการทำหน้าที่ของส.ส.ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางเทคนิค เรื่องวิชาการ จึงไม่จำเป็นต้องมีจำนวนที่มาก และเน้นการกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อให้ปัญหาของประชาชนระดับท้องถิ่นได้คนพื้นที่ดูแลอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ
"โมเดลนี้ ส.ส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค บทบาทของพรรคการเมืองจะน้อยลง ผมมองว่าการลดจำนวนจะลดการคอร์รัปชันลงด้วย หากมี ส.ส.มาก ก็เกิดการโกงที่คุมยาก เพราะประชาชนไม่รู้ ไม่เห็นกระบวนการ แต่หากเน้นงานระดับท้องถิ่น คนเขาจะเห็นชัดเจน โกงมากไม่ได้”
นายชัยอนันต์ ยังกล่าวถึงวุฒิสภา(ส.ว.) ด้วยว่า ไม่ต้องมี ส่วนบทบาทกลั่นกรองกฎหมาย ให้ตั้งคณะสภาที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง จำนวน 10 คน ทำหน้าที่ ขณะที่หน้าที่สำคัญบางประการ เช่น การถอดถอนนักการเมือง ก็โอนเป็นภารกิจของสภาฯ
"ชัยอนันต์"หนุนคนนอกนั่งนายกฯได้
ส่วนวิธีเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับการเลือกนายกฯโดยตรง เพราะระบบเลือกผู้บริหารของประเทศไทยยังไม่ครบคลุมทั้งระบบ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจยังมาโดยระบบแต่งตั้ง หากให้เลือกนายกฯ โดยตรง กลไกพวกนี้อาจถูกใช้เอื้อประโยชน์ได้ ดังนั้นนายกฯ ควรใช้ระบบโหวตในสภาฯ โดยไม่จำกัดว่าคนที่จะถูกเลือกต้องเป็น ส.ส.อาจเป็นบุคคลภายนอกก็ได้
ขณะที่องค์กรอิสระควรปรับรูปแบบ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะมาจากการแต่งตั้ง ก็ต้องหาความยึดโยงกับสภาฯ ให้สภาฯ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบอำนาจ หรือหน้าที่บางอย่าง และศาลรัฐธรรมนูญที่มีต้องตัดสินเฉพาะเรื่องกฎหมาย, รัฐธรรมนูญ, ความขัดกันขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือตีความสมาชิกภาพ แต่ไม่ใช่ถึงขั้นยุบพรรคการเมือง
ชี้ไม่จำเป็นต้องทำประชามติร่างรธน.
ส่วนที่หลายฝ่ายเสนอให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น นายชัยอนันต์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ความขัดแย้งที่ขอความเห็นอย่างชัดเจน และหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยกร่างเสร็จก็จะได้เห็นการยอมรับจากประชาชนโดยปริยาย
ตั้งโจทย์ปฏิรูป"ทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพ"
นายชัยอนันต์ กล่าวด้วยว่า ระบบปกครองแบบประชาธิปไตย คนต้องมีคุณภาพ แต่ปัจจุบันประชาธิปไตยบังคับใช้กับคนที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ จึงเป็นปัญหา สาระสำคัญคือทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพ มีพฤติกรรมที่ไม่เห็นแก่เงินมากกว่าสิทธิ, ไม่เชื่อข่าวลือง่าย, ไม่สนับสนุนคนอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะได้ผลประโยชน์ เป็นต้น
ส่วนวิธีที่ทำให้คนมีคุณภาพได้ต้องเน้นให้การศึกษา โดยเริ่มจากเด็ก ทำปฏิรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะการปรับพฤติกรรมคนไม่ได้ทำให้เสร็จได้ภายในปีเดียว ดังนั้น 1 ปีที่มีถือเป็นการเริ่มต้น จากนั้นต้องเดินหน้าแก้ไขไปเรื่อยๆ หากพบจุดหนึ่งที่เป็นคานงัดได้แล้ว ตัวอื่นๆ ก็จะแก้ไขไปได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องออกแรงมาก
ทั้งนี้ระยะเวลา 1 ปีในการปฏิรูปถือเป็นจุดเริ่มต้น ที่ต้องต่อยอดไปเรื่อยๆ เพราะรูปธรรมของงานปฏิรูปต้องใช้เวลา ดังนั้นประชาชนอย่าตั้งคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันไว้สูง แต่ควรหวังว่าสภาปฏิรูปจะจับประเด็นและจัดเรียงปัญหาที่นำไปสู่มาตรการที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการเปิดโอกาสให้คนเข้ามามีส่วนร่วม
"ความยั่งยืนของการปฏิรูปเป็นปัญหาของทุกประเทศ แม้แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย อย่างอังกฤษกว่าจะมีกฎหมายสิ่งแวดล้อม ต้องใช้เวลาถึง 20 ปี หรืออเมริกา กว่าจะต่อสู้เรื่องสิทธิของคนผิวดำได้ ต้องใช้เวลาถึง 100 ปี ดังนั้นไม่มีที่ไหนที่ไม่ใช่เวลา ดังนั้นความยั่งยืนที่ถามหาทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน เครือข่ายประชาชน สมัชชาที่มีอยู่ต้องโยงสู่การทำงานของสปช. และสมาชิกสปช.เองต้องรับฟังความเห็นคนอื่น”
"เทียนฉาย"ชงตั้ง2ทีมลุยกระบวนการปฏิรูป
ด้านนายเทียนฉาย กีระนันทน์ สปช.ด้านอื่นๆ กล่าวถึงการนัดประชุมสปช.นัดแรกในวันที่ 21 ต.ค.เพื่อเลือกประธานสปช. และรองประธานสปช. ว่า หากมีใครเสนอชื่อตนเป็นประธานก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม มองว่าการนัดประชุมวันที่ 21 ต.ค.ที่จะส่งผลให้เริ่มนับ 1 ของการดำเนินการเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ภายใน 15 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เมื่อนับวันแล้วจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 4 พ.ย. ถือว่าเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิด และมีเวลาดำเนินการที่สั้นมาก
ดังนั้นมีประเด็นที่สมาชิกสปช. ต้องหารือร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาเงื่อนไขของเวลา โดยส่วนตัวมองว่าควรตั้งกรรมาธิการกิจการสปช. เฉพาะกิจ หรือชั่วคราว เพื่อมาดำเนินงานเลือกตัวแทนสปช. 20 คนเพื่อเข้าไปทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงตั้งกรรมการเพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานปฏิรูป ที่มีในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวกำหนดไว้ 11 ด้าน ว่าจะมีกรรมาธิการ 11 กลุ่มหรือจำนวนมากกว่านั้น รวมถึงแต่กลุ่มนั้นมีสมาชิกสปช. คนใดบ้างจะเข้าไปมีส่วนร่วมในรูปแบบกรรมการ ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานสามารถเดินหน้าไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอตำแหน่งประธาน สปช. และรองประธานสปช. อย่างเป็นทางการ
“การทำงานของ สปช.เรียกว่าไม่มีช่วงฮันนีมูน เมื่อเข้ามาเริ่มนับ 1 เลย การเปิดประชุมวันที่ 21 ต.ค.นั้นไม่ใช่เป็นพิธีเฉลิมฉลองใดๆ แต่เป็นวันที่ออกตัวทำงานในทันที” นายเทียนฉาย กล่าว
"สมบัติ"ขอลุยปฏิรูปศึกษา-การเมือง
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สปช. และอดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวภายหลังการเข้ารายงานตัว สปช.ที่อาคารรัฐสภา ว่า การทำงานของ สปช.ทั้ง 250 คน ควรเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกฝ่าย เพื่อให้กระบวนการปฏิรูปเกิดความสำเร็จ ส่วนตัวมีความถนัดด้านการเมือง เนื่องจากเป็นอาจารย์สอนหนังสือและเคยแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งในการปฏิรูปประเทศในฐานะอาจารย์สอนหนังสือจะผลักดันแนวทางการปฏิรูปด้านการศึกษา โดยเฉพาะกระบวนการเรียนและการสอน เพื่อยกระดับให้การศึกษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันก็จะเข้ามาผลักดันและเสนอแนวทางการปฏิรูปทางด้านการเมือง โดยเฉพาะการทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง เป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง ปลอดจาก “นายทุน” รวมทั้งการทำให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ปราศจากการซื้อเสียงเลือกตั้งในทุกระดับ โดยเฉพาะการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ปัจจุบันพบว่ามีการจ่ายเงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งในระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)มากกว่าการเลือกตั้งส.ส. ส.ว.
ส่วนข้อเสนอของนิด้า กว่า 77% ที่ต้องการให้ประชาชนเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง นายสมบัติ กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ใช่แนวความคิดของตน ซึ่งส่วนตัวเสนอแนวคิดป๊อปปูล่าโหวต คือให้ประชาชนเลือกพรรคการเมือง ถ้าพรรคไหนได้คะแนนเสียงเกินครึ่งก็สามารถจัดตั้งรัฐบาล แล้วให้หัวหน้าพรรคการเมืองพรรคนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า สนใจที่จะเข้ามาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมบัติ กล่าวว่า อาจจะไม่รับ เนื่องจากกระบวนการที่กำหนดให้ยกร่างมีเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งมองว่าเวลาสั้นเกินไป ดังนั้นจึงอยากเข้ามาทำงานด้านการปฏิรูปมากกว่า
"ดำรงค์"ชงรื้อระบบแต่งตั้งขรก.ประจำ
นายดำรงค์ พิเดช สปช. และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ส่วนตัวมีความสนใจที่จะปฏิรูประบบการเมืองไทยเป็นลำดับแรก เพราะเชื่อว่า เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเนื่องจากการเมืองเป็นชนวนสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าหรือถอยหลัง
โดยมีแนวคิดที่จะปฏิรูประบบการแต่งตั้งข้าราชการประจำกระทรวงต่าง ๆ ว่า ควรจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแห่งชาติขึ้นมาประจำกระทรวงต่าง ๆ ประมาณ 20-30 คน เพื่อพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการแทนคณะรัฐมนตรี(ครม.)และให้อำนาจคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ มีสิทธิเสนอปรับเปลี่ยน หากข้าราชการประจำกระทำผิดหรือวางตัวไม่เหมาะสม เพื่อป้องกันกระบวนการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย
"พะจุณณ์"มุ่งแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน
พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สปช. กล่าวว่า อยากเข้ามาทำงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพราะเห็นว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ให้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาทุกคนแสวงหาอำนาจ กฎหมายก็เอื้อประโยชน์ให้ทำ จึงต้องมีการแก้กฎหมายที่ลงโทษอย่างรวดเร็วและรุนแรง
"การฉ้อราษฎร์บังหลวง เราจะต้องหาทางแก้กฎหมายเพื่อทำลายวงจรนี้ให้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาทุกคนแสวงหาอำนาจเพื่อใช้ประโยชน์ในทางทุจริต ดังนั้นกฎหมายใดที่มีลักษณะเป็นการเอื้อประโยชน์ หรือไม่สามารถแก้ไขได้ต้องมีกฎหมายมีบทลงโทษที่รวดเร็ว รุนแรงและจบง่าย เพื่อจะได้ไม่ต้องออกมาเรียกร้องตามท้องถนนอีก”พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าว
พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวด้วยว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไม่ได้ให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาบ้านเมืองกับตน และคงดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ฝากอะไร
"ขจัดภัย"ดันปฏิรูปขรก.ปลอดการเมือง
นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ สปช. และอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสิ่งที่ต้องการเข้ามาปฏิรูปว่า ในฐานะที่เคยเป็นอดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน อยากจะปฏิรูประบบราชการให้ข้าราชการปลอดจากฝ่ายการเมือง เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เป็นข้าราชการที่มีคุณธรรม สุจริตโปร่งใส ซึ่งที่ผ่านมามีข้อเสนอในเรื่องการปรับระบบราชการมากมาย แต่ไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจะต้องร่วมกันคิดเพื่อให้ได้แนวทางแก้ปัญหาในส่วนนี้
รายงานตัวสปช.วันที่ 5วัน 209 คน เหลืออีก 41 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า การรายงานตัว สปช.วันที่ 5 ยังคงคึกคักมีสมาชิก สปช. ทยอยเดินทางเข้ารายงานตัวที่บริเวณห้องโถง อาคาร1 รัฐสภา อย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคคลสำคัญ อาทิ พล.ร.อ. พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
ทั้งนี้ตลอดทั้งวันมีสมาชิก สปช.เข้ารายงานตัวรวม 23 คน รวมสมาชิกที่มารายงานตัวแล้ว 5 วัน จำนวน 209 คน ยังเหลือสมาชิก สปช. ยังไม่เข้ารายงานตัวอีก 41 คน โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สปช. จะรับรายงานตัว สปช.ถึงวันที่ 15 ต.ค.นี้





