"สรรพากร" คาด "กฤษฎีกา" สรุปร่างภาษีมรดกต.ค.นี้ ชี้จะดำเนินการรอบคอบ พยายามปิดทุกช่องโหว่เลี่ยงภาษี
"สรรพากร" คาดร่างภาษีมรดกจะผ่านการพิจารณาชั้นกฤษฎีกาเร็วสุดภายในเดือนนี้ ยันจะเป็นร่างกฎหมายที่พิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมเผยผลปิดหีบจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2557 ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 1.6 แสนล้านบาท คาดแนวโน้มจัดเก็บปีงบประมาณ 2558 ดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยความคืบหน้าของการพิจารณาร่างภาษีมรดกว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาใกล้ที่จะพิจารณาแล้วเสร็จ และคาดจะส่งร่างฉบับสมบูรณ์กลับมายังกรมสรรพากรได้อย่างเร็วภายในเดือนต.ค.นี้ หรืออย่างช้าภายในเดือนพ.ย. จากนั้น กรมสรรพากรจะเสนอให้กระทรวงการคลัง ส่งให้คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติพิจารณาเป็นลำดับถัดไป
การพิจารณาร่างภาษีมรดก จะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยจะพยายามปิดทุกช่องโหว่ให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีได้ยาก โดยเฉพาะส่วนของการให้ทรัพย์สินโดยธรรมจรรยา ซึ่งกำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรว่า การให้ในลักษณะดังกล่าวจะไม่เสียภาษีทุกกรณี ซึ่งกรมสรรพากร จะแก้ไขประมวลในประเด็นดังกล่าว เพื่อกำหนดกรอบที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีมรดก
ส่วนกรณีที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี รวมถึงนักวิชาการออกมาให้ความเห็นในลักษณะที่ไม่เห็นด้วย พร้อมแนะนำแนวทางในการหลีกเลี่ยงภาษีดังกล่าว เขากล่าวว่า ขณะนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในชั้นของการพิจารณารายละเอียด การออกมาแสดงความเห็นจึงเป็นลักษณะการให้ความเป็นแบบผู้เดา แต่หากผู้ที่มีทรัพย์สินจะต้องการหลีกเลี่ยงภาษีดังกล่าวในช่วงนี้ ก็สามารถทำได้ เพราะถือว่า กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้มีผลบังคับใช้
"ใครที่จะซื้อจะขาย หรือจะโอนทรัพย์สินในช่วงนี้ ก็ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เช่น จะโอนที่ดิน หรือโยกย้ายทรัพย์สินไปต่างประเทศ แต่หากกฎหมายออกมาแล้ว ทุกคนก็ต้องอยู่ในระบบกฎหมายตามปกติ"
ทั้งนี้ ในร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่า หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะให้เวลา 3 เดือนในการปรับตัวของผู้รับมรดกที่จะเสียภาษี ในระหว่างนั้น กรมฯจะออกกฎหมายลูก เพื่อระบุถึงแนวทางการลดหย่อนภาษีในกรณีต่างๆ
นอกจากนี้ นายประสงค์ ยังกล่าวถึงผลการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งปิดหีบการจัดเก็บไปเมื่อสิ้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมาว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ต่ำกว่าเป้าหมายจำนวน 1.6 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 6.9 หมื่นล้านบาท ถือว่า เป็นการจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าเป้าหมายในรอบหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2558 นายประสงค์ คาดว่า จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้งบประมาณไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงานและการลงทุน ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่น ทำให้การบริโภคภายในประเทศดีขึ้นส่งผลให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเราได้เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา
"ปีงบ 2557 ที่ผ่านมา การจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มโดยรวมขยายตัวแค่ 2% เทียบกับปีก่อน ถือว่าต่ำมาก แต่ปีนี้ผมคิดว่า น่าจะดีขึ้น ส่วนจะเห็นการขยายตัวเป็นสองหลักเหมือนภาวะปกติของการจัดเก็บรายได้ในระยะที่ผ่านมาหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน"
ส่วนแนวนโยบายในการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในระยะจากนี้ไป ยังยึดหลักที่จะให้มีการจัดเก็บรายได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่รีดภาษีที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ยังเน้นให้บริการที่เป็นมิตรแก่ผู้เสียภาษีในทุกกลุ่มให้มากขึ้นด้วย
ยกตัวอย่าง กรณีการจัดเก็บภาษีในกลุ่มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีผู้ประกอบการมากขึ้น ในกลุ่มนี้จะพยายามสร้างความเข้าใจในการเสียภาษีอย่างถูกต้องให้มากขึ้น
"เราจะเน้นให้ความรู้ในการเสียภาษีที่ถูกต้องแก่ผู้ค้าขายผ่านระบบดังกล่าว หากเขาเสียภาษีอย่างถูกต้องแล้ว ธุรกิจเขาก็จะเติบโตได้มากขึ้น เพราะการค้าขายผ่านระบบดังกล่าว ถือว่า เป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศได้มากขึ้น หากผู้เสียภาษีอยู่ในระบบภาษีที่ถูกต้อง จะได้รับความเชื่อถือจากผู้ซื้อมากขึ้น"
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบภาษีแล้วส่วนหนึ่ง ขณะที่บางส่วนไม่อยู่เพราะไม่ทราบ และรายได้ไม่ถึง กรมฯ ได้จัดสัมมนาให้ความรู้เป็นรอบๆ โดยครั้งต่อไปจะจัดในวันที่ 20 ต.ค.นี้ พร้อมกับจัดเอกสารเกี่ยวกับการเสียภาษีอย่างง่าย ให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวด้วย





