ป.ป.ท.ลุยขยายผลตรวจสอบโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจอปท.1.8หมื่นล้าน หลังพบทุจริตติดตั้งโซลาร์เซลล์แพงเกินจริง
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงาน ป.ป.ท.เขตพื้นที่ต่างๆ ประสานขอข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานในแต่ละพื้นที่เพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน ตามนโยบายของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้จัดสรรโครงการ 12 ด้าน วงเงินงบประมาณกว่า 18,500 ล้านบาทให้กับ อปท.ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2556
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ป.ป.ท.ได้ตรวจสอบพบการจัดซื้อจัดจ้างระบบส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ เสาไฟโซลาร์เซลล์ ใน จ.บุรีรัมย์ และอีก 12 จังหวัด งบประมาณ 548 ล้านบาท มีราคาแพงเกินจริงไปกว่าเท่าตัว โดยเบื้องต้นพบว่า อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เป็นอำเภอที่มีการสอบถามราคาเพื่อเปรียบเทียบราคากลางก่อนจัดการประมูล มีการสอบถามไปยัง 25 หน่วยงาน และได้รับการตอบกลับ 7-8 หน่วยงาน ทำให้การประมูลโครงการโซลาร์เซลล์ในอำเภอนี้มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 40,000-50,000 ต่อต้น
ขณะที่การประมูลจัดซื้อในอำเภอใกล้เคียงและอีก 12 จังหวัด มีราคาตั้งแต่ 70,000-174,000 บาทต่อต้น ดังนั้นจึงสั่งการให้ทุกเขตพื้นที่ที่มีการจัดทำโครงการโซลาร์เซลล์ สรุปรายงานภาพรวมการตรวจสอบถึงความสูญเสียในการประมูลแพงเกินจริงทั้งโครงการว่า ใน 13 จังหวัดหากมีการประมูลในราคาที่เป็นธรรม จะประหยัดงบประมาณ 548 ล้านบาทไปได้เท่าไร
สำหรับโครงการโซลาร์เซลล์ใน 12 จังหวัด ไม่นับรวม จ.บุรีรัมย์ ซึ่ง ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว ประกอบด้วย จ.กำแพงเพชร 4 โครงการ ต้นละ 70,000 บาท จ.เชียงราย 26 โครงการ ต้นละ 71,000 บาท จ.เชียงใหม่ 10 โครงการ ต้นละ 71,000 บาท จ.นครราชสีมา 8 โครงการ ต้นละ 90,000 บาท จ.บุรีรัมย์ 31 โครงการ ต้นละ 114,000 บาท จ.ยโสธร 5 โครงการ ต้นละ 110,000 บาท จ.ลำพูน 23 โครงการ ต้นละ 71,000 และ 114,000 บาท
จ.สงขลา 14 โครงการ ต้นละ 114,000 บาท ยกเว้นเทศบาลนครสงขลา ต้นละ 167,000 บาท จ.สตูล 5 โครงการ ต้นละ 113,000 บาท จ.สมุทรปราการ 9 โครงการ ต้นละ 174,000 บาท จ.สระบุรี 7 โครงการ ต้นละ 70,000 บาท จ.อุดรธานี 20 โครงการ ต้นละ 90,000 บาท และ จ.อุบลราชธานี 11 โครงการ ต้นละ 114,000 บาท
เร่งขอข้อมูลภาพรวมจากมหาดไทย
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวอีกว่า ป.ป.ท.ในส่วนกลางจะเร่งประสานขอข้อมูลไปยังกรมการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอทราบข้อมูลภาพรวมเงินอุดหนุนเร่งด่วนให้แก่ อปท.ทั่วประเทศในอีก 11 ด้านว่า ถูกนำไปใช้ก่อสร้างหรือพัฒนางานในด้านใดให้แก่ท้องถิ่นบ้าง เนื่องจากเป็นการอนุมัติวงเงินมากกว่า 18,500 ล้านบาท
เบื้องต้นได้รับแจ้งเบาะแสข้อมูลจากสายลับ ป.ป.ท.ในพื้นที่ต่างๆ ว่า มีการนำงบประมาณไปใช้ในการขุดอ่างเก็บน้ำขนาด 100X100 เมตร โดยบางแห่งไม่ได้มีการก่อสร้างจริง บางแห่งขุดอ่างเก็บน้ำไม่ตรงตามขนาดที่ระบุไว้ในการประมูล
ขณะที่โครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับพัฒนา อปท.กรณีเร่งด่วนปี 2556 ทั้ง 12 ด้านที่ ป.ป.ท.กำลังประสานขอรายละเอียดไปยัง สถ.นั้น ประกอบด้วย 1.โครงการสนับสนุนโครงการพระราชดำริ 2.โครงการสนับสนุนโครงการตามนโยบายของรัฐ 3.โครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคม 4.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค 5.โครงการพัฒนาส่งเสริมการเกษตร
6.โครงการพัฒนาการศึกษาท้องถิ่น 7.โครงการพัฒนาการกีฬาและส่งเสริมสุขภาพ 8.โครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 9.โครงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 10.โครงการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 11.โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว และ 12.โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จ่อถก"บิ๊กต๊อก"ขอกำลังไทยมาร์แชลช่วย
นายประยงค์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ป.ป.ท.มีปัญหาเรื่องอัตรากำลังซึ่งมีเพียง 240 คน ไม่เพียงพอกับการตรวจสอบคดีทุจริตทั่วประเทศ ดังนั้นจะเร่งนำปัญหาไปหารือกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขออัตรากำลัง 80 คนของสำนักงานบังคับคดีอาญา หรือ "ไทยมาร์แชล" ซึ่งจัดตั้งขึ้นแต่มีภารกิจเพียงติดตามจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซ้ำซ้อนกับตำรวจ ทำให้ข้าราชการของหน่วยงานนี้ไม่มีงานทำ ขณะที่รัฐต้องจ่ายเงินเดือนให้ทุกเดือน
"ป.ป.ท.จึงจะขอใช้กำลังคนของไทยมาร์แชลมาช่วยงาน ป.ป.ท.ไปพลางก่อน" นายประยงค์ กล่าว





