วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พุทธะอิสระ'จวก'ศึกษา-อาชีวะ'คิดได้หรือยัง

'พุทธะอิสระ' สั่งสอนปมนักศึกษาฆ่ากันตาย อัด"ศึกษา-อาชีวะ"คิดได้หรือยัง ชี้หลักสูตรต้องเน้นคุณธรรม

เฟซบุ๊คของหลวงปู่พุทธะอิสระ โพสต์ข้อความเช้าวันนี้ (18ก.ย.) เกี่ยวกับเด็กนักเรียนและนักศึกษาตีกันและยิงกันตาย ระบุว่าตอนหนึ่งว่าทำไมกระทรวงศึกษา กรมอาชีวะ และสถาบันศึกษาทุกสถาบัน ไม่รู้จักรวมหัวกันคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา หรือเพราะเหตุการณ์รุนแรงเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นแก่ตนและญาติ จึงไม่รู้สึกเดือดร้อน ทั้งที่หากรวมหัวกันคิดแก้ปัญหา คิดให้มากหน่อย ว่าเด็กเยาวชนคนหนุ่มสาวพวกเขาล้วนแล้วแต่มีพลังซ่อนเร้นอยู่ในกายอย่างมากมาย หากจะบังคับให้พวกเขาเอาแต่นั่งเรียนอยู่ในห้อง แล้วก็มองหน้ากันไปมองหน้ากันมา แล้วพลังที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกายล่ะจะถูกปลดปล่อยออกมาด้วยวิธีใด

ทำไมครูอาจารย์ไม่คิดเหนี่ยวนำพลังที่พวกเขามีอยู่มากมาย ออกมาช่วยกันสร้างชาติสร้างสังคมแห่งความเสียสละ ทำประโยชน์สาธารณะ สังคมที่หาความสุขได้ด้วยการให้ สังคมที่เห็นคุณค่าในตัวเอง สังคมที่พวกเด็กๆสามารถสัมผัสด้วยความรู้ความเสียสละ และความสุขที่ได้จากการให้ด้วยสองมือสองเท้าหนึ่งตัวหนึ่งหัวของพวกเขาเอง

"พวกครูอาจารย์และกระทรวงศึกษา กรมอาชีวะ ทำไมคิดไม่ได้ว่าไอ้หลักสูตรการเรียนการสอนที่มีอยู่เดิมมันไม่สามารถตอบโจทย์ให้เด็กๆได้ อีกทั้งไม่สามารถแก้ปัญหาของสังคมอีกด้วย คิดน่ะคิดเป็นไหม ผู้รับผิดชอบการศึกษาทุกระดับ คิดด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมนะ เคยคิดไหม หากคุณครูอาจารย์ทั้งหลายได้คิดก็จะรู้ว่า ไอ้กระบวนการศึกษาที่มีอยู่เดิมนี่มันเป็นตัวสร้างปัญหา มันขาดการมีส่วนร่วมของเด็กๆที่พวกเขาจะสมัครใจเรียนอย่างมีความสุข มันขาดหลักคิดในด้านจริยธรรมคุณธรรม ที่มันควรจะแทรกซึมไปอยู่ในทุกมิติของทุกภาควิชา"

"พุทธะอิสระ" ชี้ตารางการศึกษาของไทยไม่เคยให้ความสำคัญเรื่องคุณธรรม กระบวนการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมให้แก่เด็กๆเลยไม่ว่าจะอยู่ระดับใด มีแต่กระตุ้นต่อมอยาก แต่ไม่กระตุ้นต่อมคุณธรรมความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม สอนแต่เอาตัวรอด ดุจดังสัตว์ป่า มีแต่สัญชาตญาณ แต่ไม่มีปัญญา เด็กเลยไม่รู้ว่าควรจะนำพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในกายมาสร้างสุขประโยชน์ให้แก่ตนและสังคมอย่างไร สุดท้ายเลยมาลงเอยที่ความรุนแรงอย่างที่เห็น

"คิดให้ได้เสียที ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ คิดเพื่อสร้างสรรค์อนาคตของบ้านเมือง เพราะเด็กๆเหล่านี้จะต้องเติบโตเป็นอนาคตของชาติในวันข้างหน้า ผู้ใหญ่ใจดีอย่างพวกเราควรต้องช่วยกันหาวิธีสร้างสุขภาวะ สุขนิสัย คุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทยที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ มีน้ำใจ รู้จักให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว สุขุม มีสติปัญญา เหล่านี้คือคุณลักษณะของบรรพบุรุษไทย จึงกล่าวเป็นคำนิยมว่า เป็นบ้านเมืองที่มีผู้คนยิ้มสวย ยิ้มสยาม ไม่ใช่ยิ้มแสยะอย่างที่เป็นอยู่ นี่ไม่ใช่ลักษณะที่ดีของสังคมไทย.."