สนช.รับหลักการ ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง แนะให้ กศป.ทำหน้าที่จนครบวาระ เม.ย.58
ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการ โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง(ฉบับที่...)พ.ศ. ในวาระแรก ที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เป็นผู้เสนอ โดยพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า โดยที่องค์ประกอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองที่ผ่านมาได้บัญญัติไว้เฉพาะในรัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 และ รัฐธรรมนูญ 2550 โดยไม่ได้บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ดังนั้นควรจะกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ไว้ในพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ และแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติ คุณลักษณะต้องห้าม วิธีการเลือก และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิให้สอดคล้องกับบทบัญญัตติดังกล่าว
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสนช.อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ในมาตรา 12-14 มีปัญหา โดยเฉพาะมาตรา 12 ให้ดำเนินการเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (กศป.)ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน จึงอยากถามว่า กศป.ชุดเก่าต้องสิ้นสภาพไปด้วยหรือไม่ เพราะกศป.ชุดเก่ามีเพียง 5 คนที่สิ้นสภาพไป ยังเหลืออีก 7คนถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง อีกทั้งวาระการทำงานจะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย. 58 จึงเห็นว่าควรให้ กศป.อยู่จนครบวาระ และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะเป็นฉบับแรกที่ตนไม่รับหลักการ ยกเว้นแต่จะตัดมาตรา 12-14ออก แล้วเขียนบาทเฉพาะกาลขึ้นมา
ด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า ในมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้ยึดตามประเพณีปฏิบัติ แม้จะไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม ซึ่งขณะนี้ กศป.ก็ยังคงทำหน้าที่ มีการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ ซึ่งกศป.มีอายุไปถึง เม.ย. 58 ดังนั้นการตีความกฎกมายเราต้องตีความให้กฎหมายยังอยู่ และใช้ได้ เพราะหากยกเลิกกศป.ชุดเดิมก็ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะส่วนใหญ่ก็มาจากการเลือกตั้งภายในศาลปกครองเอง ซึ่งส่วนตัวอยากให้ตัดมาตรา 13 และ 14 ออก เพื่อให้เ กศป.ชุดเดิมทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ
ขณะที่พล.อ.ไพบูลย์ ชี้แจงว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ถูกส่งเข้ามาตั้งแต่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)แล้ว แต่เราพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ควรใช้ความเป็นรัฐาธิปัตย์ออกกฎหมายฉบับนี้ จึงรอให้ใช้กระบวนการของสนช.พิจารณาจะดีกว่า ดังนั้นการดำเนินการใดๆก็ตาม ถ้าสนช.จะกรุณาแก้ไขให้เป็นประโยชน์กับกระบวนการยุติธรรม และประชาชน ก็ยินดีน้อมรับไปดำเนินการ
ด้านนายวิชัย ชื่มชมพูนุท รองประธานศาลปกครองสูงสุด ชี้แจงว่า เหตุที่การทำรัฐประหารปี 49 กศป.ไม่มีปัญหานั้น เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงแต่องค์ประกอบมีอยู่ครบ และไม่มีฝ่ายใดทักท้วงว่ากศป.มา แต่ในปี 57 องค์ประกอบ กศป.หมดอายุก่อนรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ทางศาลปกครองจึงมีหนังสือมายังวุฒิสภาและคณะรัฐมนตรี ให้ส่งผู้แทนตามรัฐธรรมนูญ ปรากฎว่ามีหนังสือตอบจากเลขาธิการวุฒิสภาว่า รัฐธรรมนุญสิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่สามารถส่งรายชื่อให้ได้ จึงเป็นปัญหาทักท้วงว่า กศป.ยังมีอยู่หรือไม่ ซึ่งข้อเสนอแนะต่างๆ ก็จะนำไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการวิสามัญต่อไป
จากนั้นที่ประชุมลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 130 เสียง ไม่เห็นด้วย 5 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง ตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 17 คน โดยมีตัวแทนจากตุลาการศาลปกครองที่เห็นแย้งทั้ง 2 ฝ่ายเข้าร่วมด้วย ได้แก่นายวิชัย ชื่นชมพูนุท รองประธานศาลปกครองสูงสุด นายอดุลย์ ขันทอง นายประสาท พงษ์สุวรรณ์ นายสมชัย วัฒนการุณ โดยมีกำหนดแปรญัติ 7 วัน ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ที่ประชุมสนช.ยังได้มีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.รถยนต์ (ฉบับที่.... ) พ.ศ... และร่างพ.ร.บ.การขนส่งทางบก (ฉบับที่...) พ.ศ. .. โดย ร่างพ.ร.บ.รถยนต์(ฉบับที่.... ) พ.ศ...มีสาระสำคัญคือ กำหนดเพิ่มเติมน้ำหนักรถยนต์ส่วนบุคคล การขยายใบอนุญาตขับรถชั่วคราวใหม่เป็น 2 ปี จากเดิมกำหนดเพียง 1 ปี และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวสามารถมาขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถได้โดยไม่ต้องรอให้อายุใบอนุญาตขับรถชั่วคราวสิ้นสุดลง ส่วนร่างพ.ร.บ.การขนส่งทางบก (ฉบับที่...) พ.ศ.นั้นได้ปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่องการมอบอำนาจของนายทะเบียนประจำจังหวัด การกำหนดอัตราค่าบริการตรวจสภาพรถ และปรับปรุงบทลงโทศ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคผู้ใช้บริการให้ได้รับความเป็นธรรม โดยได้ตั้งกรรมาธิการฯจำนวน 15 คนพิจารณาต่อไป





