"ประยุทธ์" เผย บีโอไอ ไฟเขียวเอกชนขยายกิจการ 1.2 แสนล้านเป็นตามระเบียบ สร้างแรงจูงใจลงทุนด้วยภาษี
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน BOI ที่มีในปัจจุบัน ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้วยการสร้างแรงจูงใจต่างๆ อาทิ การลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร ภาษีรายได้นิติบุคคล และมาตรการอำนวยความสะดวกต่างๆ โดย คสช.ได้เร่งรัดให้มีการจัดการประชุม ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและอนุกรรมการ เพื่อเร่งดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศและระบบเศรษฐกิจไทย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในวันพุธที่ผ่านมามีการประชุมพิจารณาอนุมัติโครงการ ที่ผ่านการกลั่นกรองและตรวจสอบแล้วจากคณะอนุกรรมการ BOIทั้งสิ้น 18 โครงการ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ระเบียบวิธีการ การส่งเสริมการลงทุนเดิมในปี 56 มาพิจารณาเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ คสช. ในเรื่องของการมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงผลิตสินค้ามีมูลค่า การสร้างและถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิต การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน โดยให้มีการลงทุนของนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติ ในสัดส่วนที่เหมาะสม ปัจจุบันมีสัดส่วนบริษัทไทย 50 เปอร์เซ็นต์ โดยในครั้งนี้คณะกรรมการได้อนุมัติการลงทุนทั้งที่เป็นกิจการใหม่ ขยายกิจการเดิม รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ หนึ่งแสนสองหมื่นล้านบาท การลงทุนดังกล่าวจะเป็นการสร้างการจ้างงาน การใช้วัตถุดิบและผลิตผลในประเทศ เป็นการสร้างรายได้แก่ประชาชนต่อไป มีประโยชน์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมทั้งนี้ คสช.ได้สั่งการให้สถาบันส่งเสริมการลงทุนไปพิจารณาปรับปรุงระเบียบและเงื่อนไขในการอนุมัติโครงการตามนโยบายของ คสช. เพิ่มเติมขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ การลงทุนในปัจจุบันเพื่อเตรียมรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลกต่อไป
หัวหน้าคสช. ยังกล่าวเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ขอให้ทุกคนทำความเข้าใจก่อนว่าการลงทุนในโครงการที่ BOI ให้การสนับสนุน คณะกรรมไม่ได้นำเม็ดเงินที่มีไปให้กับเอกชน ส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนจากต่างประเทศทุกโครงการ อีกส่วนหนึ่งเป็นการดำเนินการของบริษัทไทยในประเทศ เพราะสิ่งที่สร้างแรงจูงใจคือการลดภาษี การนำเข้าเครื่องจักร ลดภาษีนิติบุคคล ทั้งนี้เรื่องการลงทุนเป็นเรื่องของเอกชนทั้งสิ้น ทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศโดยไม่ได้นำเม็ดเงินของรัฐไปช่วยเหลือเอกชนแต่อย่างใด





