ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ สาทิตย์-ถาวร-แกนนำ กปปส. รวม 30 คน หลังดีเอสไอร้องข้อหากบฏ ส่วนแกนนำกลุ่ม พธม. - กองทัพธรรม อีก 13 คน
ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 14 พ.ค.57 เวลา 16.20 น. ศาลได้อ่านคำสั่งที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. และ แกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่นรวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินการตามที่ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องไปเมื่อ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ก่อนอ่านคำสั่ง ศาลได้กล่าวชี้แจงต่อคู่ความว่า การพิจารณาออกคำสั่ง ศาลได้ตรวจสอบก่อนแล้วว่า ผู้ที่นำมาขอหมายจับนั้นมีคดีในชั้นศาล และได้มีการฝากขังไปเรียบร้อยแล้วหรือไม่ โดยการพิจารณา ศาลได้ยึดหลักกฎหมายที่บัญญัติไว้ รวมถึงปฏิบัติตามข้อบังคับของศาลอาญาเหมือนเช่นที่เคยทำ ซึ่งเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ไม่ได้มองว่าผู้ต้องหาเป็นฝ่ายไหน และการพิจารณาได้ปรึกษาผู้บริหารและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดี ศาลพิเคราะห์คำร้องแล้ว เห็นว่า จากการไต่สวนได้ความว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 43 คน ตามที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวแล้วปรากฏตามหนังสือที่ อส. 0010.4/292 ลงวันที่ 8 พ.ค.57 แต่ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหาดังกล่าวมาฟ้องต่อศาล ขณะเดียวกันปรากฏข้อเท็จจริงตามรายงานเจ้าหน้าที่ของศาลอาญา ฉบับลงวันที่ 12 พ.ค.57 ว่า นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ต้องหาที่ 5 , น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ ผู้ต้องหาที่ 10 , ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ต้องหาที่ 13 ,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 15 , นายสมบูรณ์ ทองบุราณ ผู้ต้องหาที่ 18 , พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ ผู้ต้องหาที่ 31 , นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ต้องหาที่ 32 , นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี ผู้ต้องหาที่ 37 , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้ต้องหาที่ 39 , นายสาวิทย์ แก้วหวาน ผู้ต้องหาที่ 41 , นายกิตติชัย ใสสะอาด ผู้ต้องหาที่ 43 , นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ ผู้ต้องหาที่ 46 และนายสำราญ รอดเพชร ผู้ต้องหาที่ 52 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมปิดท่าอากาศยานดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณาคดีดังกล่าว จึงถือได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 13 รายอยู่ในอำนาจของศาลอาญาแล้ว เมื่อไม่ปรากฎว่าจำเลยหลบหนีระหว่างการปล่อยชั่วคราว ศาลอาญาย่อมมีอำนาจที่จะบังคับให้นายประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล ในคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องได้เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ดังนั้น พนักงานอัยการจึงสามารถยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 13 รายได้โดยไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหามาส่งศาล กรณีดังกล่าวจึงไม่ต้องออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย ดังนั้นให้ยกคำร้องในส่วนนี้
แต่สำหรับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผู้ต้องหาที่ 2 , นายชุมพล จุลใส ผู้ต้องหาที่ 3 , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ต้องหาที่ 4 , นายอิสสระ สมชัย ผู้ต้องหาที่ 5 , นายวิทยา แก้วภราดัย ผู้ต้องหาที่ 6 , นายถาวร เสนเนียม ผู้ต้องหาที่ 7 , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 8 , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้ต้องหาที่ 9 , นายนิติธร ล้ำเหลือ ผู้ต้องหาที่ 11 , นายอุทัย ยอดมณี ผู้ต้องหาที่ 12 , พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ผู้ต้องหาที่ 14 , นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ ผู้ต้องหาที่ 16 , พ.ต.ท.สุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ผู้ต้องหาที่ 17 , น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ กฤดากร ผู้ต้องหาที่ 19 , นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 23 , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ต้องหาที่ 25 , นายเสรี วงษ์มณฑา ผู้ต้องหาที่ 26 , นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ผู้ต้องหาที่ 27 , นายถนอม อ่อนเกตุพล ผู้ต้องหาที่ 28 , พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพระพุทธอิสระ ผู้ต้องหาที่ 40 , นายสาธิต เซกัล (MR.SEHGAL SATISH) ผู้ต้องหาที่ 42 , นายคมสัน ทองศิริ ผู้ต้องหาที่ 44 , นายมั่นแม่น กะการดี ผู้ต้องหาที่ 47 , นายประกอบกิจ อินทร์ทอง ผู้ต้องหาที่ 48 , นายนัสเซอร์ ยีหมะ ผู้ต้องหาที่ 49 , นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ผู้ต้องหาที่ 50 , น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ผู้ต้องหาที่ 54 , นางทยา ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 55 , พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี ผู้ต้องหาที่ 56 และพล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ผู้ต้องหาที่ 57 ซึ่งยังจับตัวไม่ได้ จึงอนุญาตให้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 30 รายได้เพื่อให้นำตัวมาฟ้องคดี โดยให้หมายเหตุไว้ ในหมายจับด้วยว่า “ เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมผู้ถูกจับได้เพียงเท่าที่จำเป็นในการนำตัวส่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น ” และให้เพิกถอนหมายจับฉบับเดิม ที่ศาลอาญา เคยออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 3-5 , 11-13 , 37 ,40 ,43 และ 52
ภายหลังพ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า หลังจากนี้ต้องแจ้งผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ซึ่งจะเห็นด้วยกับคำสั่งศาลหรือไม่ ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณา
ด้านนายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทีมทนายความกปปส. กล่าวว่า คำสั่งศาลดังกล่าวที่ออกหมายจับบางคน และยกคำร้องบางส่วนก็ถือว่าได้พิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว โดยหมายจับที่ศาลอาญาออกครั้งนี้ถือว่ามีผลเฉพาะให้ดีเอสไอนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องดำเนินคดีเท่านั้น ซึ่งต่างจากหมายจับเดิมของผู้ต้องหาบางราย ที่หากจับตัวได้พนักงานสอบสวนอาจจะควบคุมตัวไว้ได้ก่อน หลังจากนี้จะกลับไปแจ้งให้แกนนำกปปส. และคปท.ทราบถึงคำสั่งศาล เพื่อหารือแนวทางในการต่อสู้คดี โดยแนวทางที่พิจารณาไว้อาจจะยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งออกหมายจับดังกล่าวต่อไป





