"จตุพร" ลั่นว่าที่ประธานวุฒิสภายังทำหน้าที่ไม่ได้ เหตุยังไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ขู่ฝ่ายตุลาการรับข้อเสนอ "สุเทพ" ไม่ต่างจากผู้สมรู้ร่วมคิด ระวังแผ่นดินลุกเป็นไฟ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงข่าวในที่ชุมนุมกลุ่ม นปช. บริเวณถนนอุทยาน (ถนนอักษะ) เพื่อตอบโต้ข้อเสนอของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่จะให้ประธานวุฒิสภากับประธานศาลต่างๆ ตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่
นายจตุพร กล่าวว่า ตามที่นายสุเทพระบุว่าประเทศไม่มีนายกรัฐมนตรีรักษาการ มีแต่รองนายกฯรักษาการ และไม่สามารถใช้อำนาจของนายกฯ ได้ รวมทั้งจะประสานไปยังประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครอง เพื่อให้ปรึกษาหารือและให้เสนอแต่งตั้งนายกฯ โดยทันทีนั้น ถือเป็นข้อเสนอที่เป็นไปไม่ได้ เพราะ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภานั้น ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นประธานวุฒิสภา จึงยังทำหน้าที่ไม่ได้ และในประเทศไทยมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งประธานวุฒิสภาได้คนเดียวคือนายกรัฐมนตรี
นอกจากนั้น การเลือกประธานวุฒิสภาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะเป็นการกระทำนอกวาระการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ การเลือกประธานไม่เคยทำในสมัยวิสามัญ หากมีผู้ร้องว่าการเลือกประธานวุฒิสภามิชอบกระบวนการแต่งตั้ง ก็ต้องล่าช้าออกไป
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอไปยังประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองเพื่อหารือและแต่งตั้งนายกฯ โดยอาศัยมาตรา 7 ไม่มีในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาตรา 3 หรือมาตรา 7
เตือนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ
"นปช.ขอเรียกร้องประธานศาลฎีกา ที่เป็นประมุขฝ่ายตุลาการ ท่านไม่มีข้อครหาใดๆ ถ้าท่านลงมาตามร้องขอของนายสุเทพ สถานการณ์จะยุ่งและเลวร้าย ส่วนประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานศาลรัฐธรรมนูญขอให้ใช้ดุลยพินิจ ส่วนว่าที่ประธานวุฒิสภาก็ยังไม่มีการโปรดกเกล้าฯ แต่งตั้ง หากมีมติแต่งตั้งใครเป็นนายกฯ จะสร้างวิกฤติในชาติและลุกเป็นไฟ" นายจตุพร กล่าว
ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า การจะแต่งตั้งใครเป็นนายกฯโดยวิธีการที่อยู่นอกเหนือรัฐธรรมนูญ จะสร้างวิกฤติให้คนในชาติ เพราะทางออกเดียวคือการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่มีประมุขฝ่ายใดมีอำนาจนอกเหนือรัฐธรรมนูญ ซึ่ง นปช.ไม่ยอมรับการแต่งตั้งนายกฯ ที่ไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญซึ่งเกิดจากเครือข่ายอำมาตยาธิปไตย อันจะเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในประเทศ
"ณัฐวุฒิ"ขอศาลปฏิเสธข้อเสนอสุเทพ
ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ นปช. ปราศรัยบนเวทีชุมนุมตอนหนึ่งว่า ขอให้ประธานทั้ง 3 ศาล คือ ศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธข้อเสนอการหารือเพื่อตั้งนายกรัฐมนตรีของนายสุเทพทันที และขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะหากเห็นด้วยแล้วเสนอชื่อนายกฯ และส่งให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการ ศาลจะเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนทันที ถือเป็นผู้สมคบคิดและฉีกรัฐธรรมนูญที่ประชาชนออกมาต่อต้านได้
ลั่นถ้ามีนายกฯม.7จะยกระดับชุมนุม
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ทางออกของปัญหา คือ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งเพื่อมีสันติภาพ ส่วนการต่อสู้ของ นปช.เราจะอยู่ที่ถนนอักษะ อาจจะมีกิจกรรมเคลื่อนไหวบ้างแต่ไม่ไปเผชิญหน้ากับ กปปส. แต่หากมีการเสนอนายกฯ มาตรา 7 นปช.จะยกระดับการต่อสู้ ไม่กลับบ้านก่อนแล้วกลับมาสู้ใหม่ นปช.จะขอไปดูหน้าคนเสนอชื่อและคนที่จะมาเป็นนายกฯ เถื่อน และยืนยันว่าจะอยู่ชุมนุมในกรุงเทพฯ จนกว่านายกฯเถื่อนจะออกไป
"ก่อแก้ว"เผยปักหลักชุมนุม 1 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมใหญ่ของ นปช. ที่ถนนอุทยาน (ถนนอักษะ) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายวานนี้ (10 พ.ค.) มีมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางจากจังหวัดต่างๆ เข้าไปยังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังตำรวจและทีมรักษาความปลอดภัย หรือ การ์ด นปช.ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่
นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่า อาจจะชุมนุมยาวถึง 1 เดือนเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้
นิวัฒน์ธำรงยื้อ-ส่งกฤษฎีกาชี้ขาด
ด้านท่าทีของรัฐบาลรักษาการ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานะของรัฐบาลรักษาการว่า รัฐบาลรักษาการยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีรักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และจะต้องปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
"หากประเทศสามารถเดินไปในแนวทางประชาธิปไตย จะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาโดยสันติและเป็นที่ยอมรับของประชาชนและนานาประเทศ" นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นายนิวัฒน์ธำรง ยังกล่าวชี้แจงกรณีการทูลเกล้าฯรายชื่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เพื่อทรงมีพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นประธานวุฒิสภา หลังนายสุรชัยได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา ว่า กรณีการเลือกประธานวุฒิสภานั้น รัฐบาลยังไม่ได้รับเรื่องจากวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ และเมื่อได้รับแล้วรัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อน
ทั้งนี้ เพราะเมื่อโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 ไม่ได้มีการกำหนดวาระการเลือกตั้งประธานวุฒิสภาไว้ด้วย รัฐบาลจึงต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเพื่อความถูกต้องก่อนการดำเนินการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหมาย และรัฐบาลจะดำเนินการตามขั้นตอนให้เร็วที่สุดต่อไป
เตรียมส่งเรื่องสุรชัยให้ศาลรธน.
ด้าน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่า การเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญดังกล่าว เปิดเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งบุคคลเท่านั้น ดังนั้นวาระการคัดเลือกตัวประธานวุฒิสภาอาจมิชอบด้วยกฎหมาย เรื่องนี้คนชี้ขาดคือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการต่อไป และอยากฝากไปยัง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภาว่า จะดำเนินการใดๆ หลังจากนี้ต้องระมัดระวัง





