วุฒิสภาเห็นชอบเดินหน้าเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานคนที่2
การประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ได้เข้าสู่วาระพิจารณาการเลือกประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง และตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อสรรหาส.ว.ให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา โดยนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ กล่าวว่า การเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ไม่สามารถทำได้ในสมัยประชุมวิสามัญ ตามพ.ร.ฎ.เรียกประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 ที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 (2) ว่าด้วยการให้วุฒิสภาพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะเกินกว่าเรื่องที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.ฎ.เรียกประชุม อย่างไรก็ตามตนมองว่าสิ่งที่จะทำให้การเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาจะทำได้ก็ต่อเมื่อนายสุรชัย ลาออกจากตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ตั้งแต่วันแรกของการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ เมื่อวันที่ 2 พ.ค. เพื่อให้มีเหตุจำเป็นที่จะเลือกประธานวุฒิสภาได้ในสมัยประชุมวิสามัญ
ขณะที่นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา อภิปรายสนับสนุนให้มีการเลือกประธานวุฒิสภาในการประชุมวิสามัญ แต่ได้ท้วงติงว่าอาจจะประเด็นพิจารณาทางกฎหมายที่สำคัญคือการมีผลประโยชน์ทับซ้อนของนายสุรชัยที่ต้องการให้มีการเลือกประธานวุฒิสภา เพราะจากการประชุมที่ผ่านมาเห็นชัดว่านายสุรชัยมีคำพูดที่ต้องการให้มีการเสนอญัตติเพื่อเลือกประธานวุฒิสภา ทั้งที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ส.ว.ได้อภิปรายแสดงความเห็น โดยผู้อภิปรายส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว. อาทิ นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา, นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา สนับสนุนให้วุฒิสภาดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภา ส่วน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา อภิปรายสนับสนุนว่าการออก พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ถือว่าออกโดยฉ่อฉล และไม่ทำตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) อย่างควรจะเป็น อย่างไรก็ตามตนมองว่าสิ่งที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 132(2) ได้ออกแบบในกรณีที่บ้านเมืองไม่ปกติ และผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญคาดไม่ถึงว่าจะเกิดสถานการณ์ที่ไม่มีประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา ดังนั้นหากไม่มีการออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ และสิ่งที่วุฒิสภาเตรียมดำเนินการถือเป็นกิจการภายในโดยยึดหลักความต่อเนื่อง ตนจึงเชื่อว่าการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาทำได้โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสุรชัยได้ขอพักการประชุมเพื่อรับประทานอาหารเย็นและหลังจากพักประชุมไปเกือบ 40 นาที ที่ประชุมได้กลับมาพิจารณาอีกครั้งและให้สิทธิ์ ส.ว.อภิปรายจนครบถึงเวลา 19.30 น. นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา เสนอให้ที่ประชุมใช้การลงคะแนนลับ โดยที่ประชุมเห็นชอบและใช้การลงมติแบบลับ ผลปรากฏว่า เสียงข้างมาก 96 เสียง ต่อ 19 เสียง งดออกเสียง 19 เสียง ให้เดินหน้าเลือกประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 และตั้งกรรมาธิการสรรหาส.ว.เข้าไปเป็นกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา





