"คำนูณ" ส.ว.สรรหา ระบุหากถึงทางตัน ปธ.วุฒิ มีอำนาจเสนอนายกฯคนกลาง ฟันธง!ทหารต้องตัดสินใจหากจลาจล
นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสปริงนิวส์ ถึงกรณีที่ตนประเมินว่า ถ้ากกต.ยังไม่ส่งร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ หากศาลรัฐธรรมนูญ (ศรธ.) ให้นายกฯสิ้นสภาพในวันที่ 7 พ.ค. และป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีจำนำข้าว ก็จะมีผลให้ชลอการเลือกตั้งและเดินสู่การตั้งนายกฯคนนอกโดยวุฒิสภา ว่า การที่ ศรธ.จะนัดชี้มูลวันที่ 7 พ.ค.ก็มีความเป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะศาลได้เลื่อนกำหนดสัมมนาผู้สื่อข่าวในวันที่ 7-9 พ.ค.ออกไปไม่มีกำหนด และป.ป.ช.ทุกคนก็ทราบดีว่า การประชุมอนุกก.ไต่สวน ที่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลงมาทำหน้าที่ ซึ่งคงมีมติแล้วแต่ยังไม่แถลง และต้องนำเข้าที่ประชุมชุดใหญในวันอังคาร หรือ พฤหัสบดี
ส่วนที่วิเคราะห์ว่าจะมีการชลอการเลือกตั้งนั้น นายคำนูณ กล่าวว่า ถึงที่สุดคงต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาล เพราะศาลตั้งไว้ 3 ประเด็น ที่ยังไม่นำไปสู่การชี้นายกฯคนกลางหรือไม่ ครม.ทั้งคณะจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ ซึ่งยังไม่ชัดเจน ขณะที่ วุฒิสภาจะมีเวลาประชุมถึงวันที่ 9 พ.ค. และไม่มีวาระใดนอกจากการโหวตรับญัตติเลือกประธานวุฒิเท่านั้น ดังนั้นคำวินิจฉัยต้องตอบทั้ง 3 ประเด็นให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นข้อกฎหมายอีกว่า หากให้ครม.พ้นจากตำแหน่ง ก็จะมีเหตุ 2 ทางเกิดขึ้น คือ ครม.ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตาม ม.180 แต่อะไรจะอยู่หรือไป ก็อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาล
ส่วนที่ว่าหากรักษาการรองนายกฯ มาทำหน้าที่รักษาการแทนนายกฯ นั้น นายคำนูณ กล่าวว่า ก็มีข้อจำกัดมาก และไม่มีข้อกฎหมายชัดเจน ในส่วนของนายกฯ ขณะนี้ถือว่ามีอำนาจจำกัดเพราะอยู่ในช่วงยุบสภา หากนายกฯสิ้นสุดความเป็นรมต.เฉพาะตัว ครม.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่ขึ้นมาก็มีอำนาจจำกัด ส่วนประธานวุฒิสภาขณะนี้ก็ไม่มี หากจะก้าวขึ้นรองประธานสภาก็มีข้อจำกัดเช่นกัน
ส่วนวุฒิสภามีอำนาจเสนอนายกฯคนกลางได้หรือไม่นั้น นายคำนูณ กล่าวว่า อำนาจตาม รธน.ไม่มี แต่ในฐานะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เมื่อบ้านเมืองถึงทางตันไม่มีทางออกใด องค์กรที่อยู่ในระบบจะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนนอกระบบ และเป็นธรรมดาที่อำนาจจะอยู่ที่ประธานวุฒิสภาที่ต้องแสวงหาความเห็นจากสมาชิกวุฒิสภาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็จะมีตุลาการรธน.อายุครบ 70 ปีในปลายเดือน พ.ค.นี้ ดังนั้นโอกาสที่จะมีการเปิดประชุมวุฒิสภา 2 ครั้งอย่างต่ำ หากเหตุการณ์บ้านเมืองยังหาทางออกไม่ได้ ก็มีโอกาสจะนำเข้าที่ประชุมวุฒิสภา
" หากเหตุการณ์นำไปสู่จราจลรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ทหารซึ่งมีอำนาจจะรักษาความสงบเรียบร้อย ก็จะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่าทหารก็คงหลีกเลี่ยงการออกมาเต็มรูปแบบ และยังมีโอกาสที่เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่มีอยู่ตาม รธน. ซึ่งทุกฝ่ายก็ฝากความหวังว่าจะเป็นอำนาจสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และหากทักษิณมั่นใจว่าสุเทพไม่มีวาระแอบแฝงเรื่องการล้างตระกูลชินวัตร ก็อาจจะพูดกันได้ง่าย ว่า ในที่สุดสถานการณ์คงมีการพูดกันของทุกฝ่าย หรือตัดสินใจยอมรับว่าถ้าสถานการณ์จบลง ณ จุดนี้ก็จะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ และไม่สูญเสียทั้งหมด เพราะในที่สุดก็ต้องกลับเข้ามาในระบบปกติที่ต้องมีการเลือกตั้ง ดังนั้นทักษิณต้องตัดสินใจแตกหักว่าจะได้หมด หรือเสียหมด หรือยอมรับเพื่อรักษาส่วนหนึ่งไว้ แต่มีความเป็นไปได้ว่าในนาทีที่สองฝ่ายถือธงต่างกัน ต่างฝ่ายก็ต้องชูธงของตัวเองให้ถึงที่สุด " นายคำนูณ กล่าว





