วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จุฬาราชมนตรีจี้ทำคดีอุ้มฆ่า'อัลลูไวลี่'ให้โปร่งใส

คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องทำคดี อุ้มฆ่า "อัลลูไวลี่" ให้กระจ่าง

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำประเทศไทย อ่านแถลงการณ์ เรียกร้องเกี่ยวกับคดีการฆาตกรรม นายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ที่ก่อนหน้า ศาลอาญา พิพากษายกฟ้องจำเลย

โดยนายอาศิส มอบหมายให้ ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นผู้อ่านเเถลงการณ์จุดยืนขององกรณ์มุสลิมในประเทศไทยต่อกรณีฆาตกรรม นายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ จำนวน 4 ข้อ สรุปได้ ว่า สำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลาม เเห่งประเทศไทย เเละคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วราชอาณาจักร มีความรู้สึกเสียใจเเละเห็นใจกับประชาชนชาวซาอุดิอาระเบีย เเละญาติของนายมูฮัมหมัด เเม้การตัดสินคดีความ จะต้องให้ความเคารพคำตัดสินก็ตาม เพราะยังเป็นที่ข้อเคลือบแคลงสงสัยของสังคม ต่อคำพิพากษาดังกล่าว ในประเด็น การเปลี่ยนผู้พิพากษาที่ดูแลรับผิดชอบคดี ก่อนวันตัดสิน 1 เดือน ดังนั้น องค์กรอิสลาม ดังนั้น จึงเรียกร้องไปยังอัยการสูงสุด ให้พิจารณายื่นอุทธรณ์คำพิพากษา เพื่อความเป็นธรรมของผู้ที่สูญเสีย

นอกจากนี้ยังเห็นว่า หากกระบวนการยุติธรรมของไทยในการตัดสินยังคงเป็นที่เคลือบเเคลงสงสัยต่อสาธารณะจะส่งผลกระทบเเละสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซาอุดิอาระเบีย กลุ่มประเทศอาหรับ เเละประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ oci จำนวน 47 ประเทศ ซึ่งองกรณ์นี้ มีเลขาธิการคนปัจจุบันเป็นซาอุดิอาระเบีย ดังนั้นผลที่เกิดจากคำตัดสินคดีนี้อาจนำมาซึ่งผลเสียต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะธุกิจอุตสาหกรรมการส่งออกสินค้าฮาลาล ซึ่งปัจจจุบันไทยมีสัดส่วนในการส่งออกสินค้าฮาลาลสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก อีกทั้ง มีข้อมูลว่า ทางการ ซาอุดิอารเบีย หารือกัน จะขอตัดความสัมพันธ์ทางการทูต กับ ไทย แต่ความสัมพันธ์ที่ยังเหลือระหว่างประเทศ ก็คือองค์ศาสนา จึงต้องออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ทางความสัมพันธ์ และเศรษฐกิจ ระหว่างกัน

แถลงการณ์ ยังระบุต่อว่า ปรากฎการณ์ฆาตรกรรมในสังคมไทยเป็นความรุนเเรงเเละเป็นความอธรรมที่จำเป็นต้องได้รับการเเก้ไขอย่างจริงจัง จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูเเล

เเละรับผิดชอบต้องทบทวนเเละปรับปรุงกระบวนการทำงานในเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียภาพลักษณ์เเละความเชื่อมั่นต่อนานาประเทศในด้านการพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ องค์กรอิสลาม ยืนยันว่า การที่ออกมาเรียกร้อง เกี่ยวกับคดีอัลรูไวลี่ นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเมือง แต่เพราะมีความห่วงใยความสัมพันธ์ ระหว่าง ประเทศไทย กับ ซาอุดิอารเบีย

ด้านนายไพศาล พรหมยงค์ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวถึง การติดตามความคืบหน้ากรณีคดีอุ้มทนายสมชาย ลีนะไพจิตร ว่า ทางคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ไม่มีหน้าที่เข้าไปดูเเลหรือช่วยเหลือ ทำได้เพียงกระตุ้นไม่ให้สังคมลืมเลือนคดีนี้ รวมทั้งคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน เพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง ไม่ให้เกิดคดีเเบบนี้ขึ้นอีกในสังคมไทย