วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.คาดการเมืองไทยหลัง6พ.ค.วุ่นวายแน่

โฆษกพท.คาดการเมืองไทยหลัง 6 พ.ค.วุ่นวายแน่ ชี้"พล.อ.สายหยุด"ร่างทรงเปิดทางนายกฯ ม.7

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.เป็นต้นไป โดยกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวาย ทั้งนี้ พรรคได้มอบหมายให้สมาชิกพรรคไปชี้แจงกับประชาชนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าสามารถแก้ไขได้ ทางออกของประเทศตอนนี้มีทางเดียวคือการเลือกตั้ง นอกจากนี้พรรคยังได้ให้สมาชิกไปชี้แจงประชาชนถึงปัญหาของรัฐบาลในการใช้จ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องขออนุมัติผ่านจากคณะกรรมาการการเลือกตั้ง(กกต.)อย่างเดียว ดังนั้นพรรคอยากให้กกต.หารือกับรัฐบาลเพื่อออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศ

นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบผบ.ทหารสูงสุด รวมทั้งจะเข้าพบกับกกต.ในวันที่ 29 เม.ย.ด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ยอมแสดงความจริงใจในการประกาศตัวนำพรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นทางออกของประเทศในตอนนี้ ทำให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์เป็นการสร้างภาพ เรียกคะแนนนิยม หากนายอภิสิทธิ์จริงใจแก้ปัญหาตอนที่เข้าพบกับกกต.ต้องให้สัญญาว่าจะลงเลือกตั้ง และควรเรียกให้สมาชิกพรรคที่ออกไปเคลื่อนไหวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.กลับเข้าพรรคด้วย ทั้งนี้ ส่วนตัวทราบว่ามีอดีตส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนถูกประชาชนในพื้นที่กดดันให้ลงเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นคะแนนนิยมจะหมดไป อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าจริงหรือไม่

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่พล.อ.สายหยุด เกิดผล แกนนำคณะรัฐบุคคล ออกมาระบุถึงเรื่องการขอทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชโองการ โดยให้พล.อ.เปรมเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ว่า ตนทราบมาว่าก่อนที่จะมีการออกมาแถลงข่าวของกลุ่มรัฐบุคคลนั้น ได้มีการประชุมกันย่านสุขุมวิทเพื่อให้พล.อ.สายหยุดออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดนายกฯ มาตรา 7 ถึงแม้จะมีการปฏิเสธแต่เชื่อว่าพล.อ.สายหยุดเป็นร่างทรงเพื่อให้มีนายกฯ ที่เกิดจาการแต่งตั้ง ดังนั้นวันนี้ควรหยุดเคลื่อนไหวได้แล้ว และหันมาสนับสนุนการเลือกตั้งดีกว่า ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เคยทำมาในอดีตจะสูญเปล่า

นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เสนอให้นักการเมืองในปัจจุบันเสียสละไม่ลงเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ความคิดของนายกิตติพงษ์คือต้องการล้างบางนักการเมืองแบบเหมาเข่ง ไม่ได้คิดถึงประชาชนที่เลือกเข้ามา แต่ถึงจะฆ่านักการเมืองให้ตายทั้งหมดก็เปลี่ยนแปลงประเทศไม่ได้ตราบใดที่ระบบมันผิดเพี้ยน ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องย้อนไปตั้งแต่การปฏิวัติปี 2549 และการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ร่างมาจากปากกระบอกปืน คนที่มองนักการเมืองเลวเป็นพวกมองโลกแง่ร้าย มองปัญหามุมเดียว วันนี้คนที่ทำให้นักการเมืองกลายเป็นไก่ที่จิกตีกันในเข่งคือคนที่เขียนกติกามาแบบบิดๆ เบี้ยวๆ ดังนั้นต้องแก้ไขด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปทั้งระบบ โดยหัวใจสำคัญคือการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง