วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อดีตอธิการฯนิด้าชี้ช่องนายกฯม.7

คปท.จัดเสวนา"เหลียวหลังแลหน้า นายกฯมาตรา 7 กับ ทางออกการเมืองไทย" อดีตอธิการฯนิด้าชี้การเดินหน้าล้มรัฐบาลโดยใช้รธน.มาตรา 69 จึงได้นายกฯม.7

ที่เวทีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) จัดเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ "เหลียวหลังแลหน้า นายกฯมาตรา 7 กับ ทางออกการเมืองไทย" โดยมีนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า ในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี และใช้ธรรมนูญปกครองแผ่นดินเป็นกฎหมายในการปกครองประเทศ และภายหลังเหตุการณ์วันมหาวิปโยค จอมพลถนอม ลาออกจากตำแหน่งและเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติในสมัยนั้น กราบบังคมทูลเสนอนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามธรรมนูญปกครองที่มีอยู่ในขณะนั้น จึงไม่ใช่นายกฯพระราชทาน การที่หลายคนไปเรียกแบบนั้นเพราะมาจากสื่อมวลชนที่ต้องการใช้คำเรียกง่ายๆแต่สมัยนั้นคนยังไม่ติดใจอะไร เพราะเพียงขัดแย้งกับผู้นำทางทหาร


นายสมบัติ กล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ผู้ชุมนุมได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และมีสิทธิต่อต้านรัฐบาล มาตรา 69 ที่ระบุว่าบุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใดๆที่เป็นไปเพื่อได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ เพราะรัฐบาลทำความผิดไว้หลายอย่าง ตั้งแต่ออกกฎหมายนิรโทษกรรม แก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. แก้ไขมาตรา 190 เพื่อพรรคพวกตนเอง หรือโกงเงินของชาวนา เมื่อรัฐบาลใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เป็นรัฐบาลทรราชย์ ประชาชนสามารถโค่นล้มได้ เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ซึ่งการต่อต้านก็คือการโค่นล้มรัฐบาลอยู่แล้ว จะให้มาชื่นชมคงไม่ใช่ ส่วนมาตรา 7 จะถือเป็นขั้นตอนท้ายๆที่จะตามมา ตอนนี้คือการเดินหน้าล้มรัฐบาลโดยใช้มาตรา 69

"ส่วนการรักษาการนายกรัฐมนตรีทำได้ 2 กรณีคืออยู่ครบวาระ หรือมีการยุบสภา ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สถานภาพนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ไม่สามารถรักษาการต่อได้ ก็ต้องเลือกกันใหม่ในสภา แต่เมื่อสภาเลือกไม่ได้เพราะไม่มีผู้แทน ถึงตอนนั้นจะเกิดสุญญากาศ" นายสมบัติ กล่าว