กกต.เผย 64 พรรคการเมืองตอบรับร่วมหารือกำหนดวันเลือกตั้ง 22 เม.ย.นี้ "อภิสิทธิ์-ชำนิ" ร่วมวงถกด้วย ด้านเพื่อไทยส่ง"จารุพงศ์-โภคิน"
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.แถลงว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองตอบกลับมายังกกต.มาแล้ว 67 พรรคการเมือง ไม่ขอร่วมประชุม 3 พรรค คือพรรคกสิกรไทย เพื่อฟ้าดินและพรรคไทยมหารัฐพัฒนา ดังนั้น ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมหารือกับกกต. ทั้งสิ้น 64 พรรค ซึ่งในจำนวนนี้มีพรรคประชาธิปัตย์ตอบรับที่จะเข้าร่วมด้วย โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค กับนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค ส่วนพรรคเพื่อไทยจะมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคและนายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรค โดยกรอบการหารือกกต.จะปรึกษาความเหมาะสมในการจัดเลือกตั้ง ซึ่งกกต.เห็นว่าถ้าเร็วที่สุดคือ 60 วันหลังจากที่มีพ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่มีผลบังคับ แต่กกต.ก็อยากจะฟังความเห็นของพรรคการเมืองก่อนนำข้อสรุปการหารือกับพรรคการเมืองไปประเมินกับฝ่ายความมั่นคง และปลายเดือนจะมีการหารือกับรัฐบาล นอกจากนี้กกต.ยังได้ยกร่างระเบียบข้อกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการรับสมัครรับเลือกตั้ง เช่น อาจจะมีการสมัครทางไปรษณีย์ หรือสมัครผ่านอินเตอร์เน็ต รวมทั้งการจัดหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมาทดแทน เป็นสิ่งที่เตรียมการไว้หากมีพ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่กฎหมายนี้ก็สามารถเสนอให้กกต.อนุมัติ เห็นชอบได้
นายภุชงค์ ยังกล่าวกรณีการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มที่ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญา กกต.ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานจัดตั้งคณะอนุกรรมการดูแลรับผิดชอบทางอาญาและทางแพ่ง รวมทั้งตั้งคณะอนุกรรมการช่วยเหลือทางคดีกรณีที่เจ้าหน้าที่กกต. และเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานช่วยจัดการเลือกตั้งแล้วถูกดำเนินคดี โดยขณะนี้ กกต. มีการแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด 22 จังหวัดจาก 26 จังหวัดที่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีขัดขวางการเลือกตั้งและพนักงานสอบสวนรับเป็นคดีแล้วจำนวน 19 คดี ส่วนการติดตามผลการดำเนินคดีจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่รับเป็นคดีอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้คดีในส่วนที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร กกต. มีมติให้สำนักกฎหมายและคดีร้องทุกข์ดำเนินคดีไปแล้ว 6 คดี แบ่งเป็น การขัดขวางปิดล้อมสถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งที่โรงพิมพ์องค์การค้าคุรุสภา กรณีผู้ชุมนุมปิดล้อมสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดงในวันรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 56 ส่งผลให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย และเป็นกรณีขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.รวมอยู่ด้วย กรณีผู้ชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้งในเขตบางนา พระโขนง และกรณีการขัดขวางการเลือกตั้งในจ.ระนอง แต่ไม่สามารถร้องทุกข์ดำเนินคดีในพื้นที่ได้เนื่องจากมีมวลชนกดดันกกต.จังหวัด ทางสำนักงานกกต.จึงส่งเรื่องมาดำเนินคดีที่กองบังคับการกองปราบปราม นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์กระทำความผิดฐานการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งจะดำเนินคดีร้องทุกข์กับทุกราย
นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่กกต.ถูกแจ้งความร้องทุกข์ทั่วประเทศ มีทั้งหมด 24คดี ประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร 8 คดี โดยเป็นจ.สระแก้ว 2 คดี เชียงใหม่ 7 คดี ส่วนสตูล 1 พัทลุง ภูเก็ต พิจิตร สมุทรสาคร สกลนครและสมุทรปราการอย่างละ 1 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา โดยคดีทั้งหมดเป็นคดีที่ประชาชนเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี ไม่ใช่ศรส.เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเรื่องไปยื่นป.ป.ช.ภายใน 30 วัน จึงอาจมีความเข้าใจผิดว่าศรส. เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีกับกกต.





