ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร.กับพวกรวม 5 คน คดีอุ้มฆ่า "อัลรูไวลี่" นักธุรกิจชาวซาอุฯ
ศาลอาญามีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก. สภ.สบเมย จว.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จว.อุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และจ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง จำเลยที่ 1- 5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อปกปิดการกระทำของตนเองและร่วมกันห่วงเหนี่ยวกันกั้นผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญาม.289 และ 310 กรณีเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2533 นายมูฮำหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจส่งแรงงาน ไปประเทศซาอุฯได้หายตัวไป
โดยศาลพิจารณา พยานหลักฐานที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ นำสืบแล้วเห็นว่ายังไม่เพียงพอ โดยโจทก์ไม่ได้นำ พ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก ที่อ้างว่าเป็นประจักษ์พยานได้รับแหวน มาจากจำเลยที่ 4 ในคดีนี้ซึ่งอ้างว่าเป็นแหวนที่ตกอยู่ในถังน้ำมันที่ได้มีการเผาทำลายศพนายอัลลูไวลี่ ที่อ.ศรีราช จ.ชลบุรี โดยโจทก์มีเพียงบันทึกคำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชัย มานำสืบเท่านั้น ถือว่าเป็นเพียงพยานบอกเล่าขณะที่พยานหลักฐานดังกล่าวมีข้อพิรุธ เนื่องจากหากมีการได้รับแหวน ซึ่งอ้างว่าเป็นของนายอัลรูไวลี่จริงก็ควรต้องนำส่งผู้บังคับบัญชา แต่กลับมีการนำเรื่องไปบอกกล่าว กับ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งในทางนำสืบญาตินายอัลรูไวลี่ก็ไม่ได้บอกความยืนยันเกี่ยวกับแหวนดังกล่าวเป็นของนายอัลรูไวลี่หรือไม่
อีกทั้งที่มีการอ้างว่าได้มีการนำแหวนดังกล่าวไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามและมีการบันทึกภาพไว้ก็ไม่ปรากฏว่ามีญาติของนายไอรูไวรี่ร่วมพิธีด้วย จึงเสมือนว่าได้มีการทำพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่เพื่อจะให้เห็นว่ามีแหวนเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ซึ่งอ้างว่าเป็นของนายไอรูไวลี่ ดังนั้นเมื่อพยานหลักฐานดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่าต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง อีกทั้งความผิดที่ฟ้องมีความผิดถึงประหารชีวิต พยานหลักฐานโจกย์จะต้องรับฟังได้อย่างมั่นคงและไร้ตำหนิ จึงพิพากษา ยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังฟังคำพิพากษาญาตินายอัลรูไวลี่ และเจ้าหน้าที่สถานทูตที่มาร่วมฟังคำพิพากษา ยังไม่ให้สัมภาษณ์โดยเตรียมแถลงข่าว โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล แยกราชประสงค์ เวลา 13.00 น.
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ (27 มีนาคม 2557)กรณีที่นายอับดุลลิลาฮ์ โมฮัมหมัด อัลชุเอบี อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ระบุว่ามีการโยกย้ายผู้พิพากษาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 57 คดีหมายเลขดำที่ อ.199/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ร่วมกันเป็นจำเลย1 - 5 ในคดีร่วมกันอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ซึ่งคดีดังกล่าวศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 มี.ค. นี้
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.57 นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยสั้นๆ ว่า เพิ่งทราบข้อมูลจากข่าวในหนังสือพิมพ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทราบในรายละเอียด จึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาจริงหรือไม่
ด้านนายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า "ผมคงไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆขอให้รอดูในวันนัดฟังคำพิพากษา"
ขณะที่นายนันทศักดิ์ พูลสุข โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าทางอุปทูตซาอุฯให้ข่าวอย่างไรบ้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าวคงจะต้องรอสอบถามไปยังผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนก่อน อย่างไรก็ตามในวันที่ 28 มี.ค. เวลา 14.00 น. รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งมายังอัยการว่าจะขอเข้าพบ เพื่อหารือถึงข้อเท็จจริงกรณีที่ทางอุปทูตซาอุให้ข่าวดังกล่าว ว่าจะมีผลกระทบต่อคดีหรือไม่อย่างไรบ้าง
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาครั้งนี้ อยู่นอกฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีงบประมาณ ซึ่งตามปกติคือระหว่างช่วงเดือนก.ย.และเม.ย. จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการโยกย้ายครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด ขณะที่ฝ่ายจำเลยก็ไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดี โดยเพิ่งจะทราบจากกรณีที่ทางอุปทูตซาอุฯแถลงข่าวเช่นกัน เนื่องจากศาลได้นัดสืบพยานจำเลยปากสุดท้ายแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.56 ที่ผ่านมา





