วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็ม79ลงใกล้ขบวนกปปส.

กปปส.เดินขบวนใหญ่รณรงค์ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง มวลชนแห่เข้าร่วมเนืองแน่น เกิดเหตุระทึก มือมืดยิงเอ็ม79 ลงบนถนนสวรรคโลก

กปปส.เดินขบวนใหญ่รณรงค์ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง มวลชนแห่เข้าร่วมเนืองแน่น ขณะทำกิจกรรมดาวกระจายเกิดเหตุระทึก มือมืดยิงเอ็ม79 ลงบนถนนสวรรคโลกด้านหลังบัวแก้ว ห่างจากขบวนแค่ 100 เมตร โชคดีไร้เจ็บ-ตาย แต่รถยนต์เสียหาย 2 คัน "สุเทพ" ลั่นสภาเปิดไม่ได้จนกว่าปฏิรูปสำเร็จ ด้าน "พุทธะอิสระ" นำมวลชนใช้รถแทรกเตอร์รื้อที่ชุมนุม กวป.หน้าสำนักงาน ป.ป.ช.มีปะทะประปราย ขณะที่ "นิติธร" เดินนำหน้า คปท.เข้าทำเนียบรัฐบาล

การชุมนุมใหญ่ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในชื่อ "2เท้า 9 เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย" เพื่อแสดงพลังสนับสนุนการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) นอกจากการเคลื่อนขบวนใหญ่ของกลุ่ม กปปส.แล้วซึ่งแยกออกเป็น 7 สายแล้ว ยังมีเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเกิดขึ้นตลอดทั้งวัน

ในช่วงสาย หลวงปู่พุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และแกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้นำมวลชนและกลุ่มชาวนาเคลื่อนขบวนไปทวงเงินค่าข้าวที่นำไปขายไว้ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ย่านสนามบินน้ำ ใกล้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนนนทบุรีต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี

เมื่อไปถึงหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.ซึ่งเป็นจุดชุมนุมของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ได้มีการนำถังปูนมาขวางถนนไว้ ผู้ชุมนุม กปปส.จึงขับรถแทรกเตอร์ทำลายสิ่งกีดขวางและเข้ารื้อเต็นท์ รวมทั้งเวทีปราศรัยของ กวป.ทั้งหมด

ฝ่ายผู้ชุมนุมกลุ่ม กวป.ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า ได้ถอยหนีออกจากพื้นที่ชุมนุม โดยทิ้งรถยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเข้ารื้อเต็นท์นั้น ผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่มได้เกิดการปะทะกันประปราย และมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด โดยกลุ่ม กปปส.ได้จับการ์ด กวป.พกมีดได้ 1 คน พร้อมกับผู้ดูแลเวที จึงนำตัวส่งต่อให้ตำรวจ หลังจากรื้อสิ่งกีดขวางออกจากถนนแล้ว หลวงปู่พุทธะอิสระจึงสั่งนำมวลชนกลับ

กวป.ลั่นจะกลับไปชุมนุมหน้า ป.ป.ช.อีก

นายมาลัยรักษ์ ทองชัย หรือ ศรรักษ์ มาลัยทอง แกนนำและโฆษก กวป. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ บุกรื้อทำลายเวทีชุมนุมด้านข้างสำนักงาน ป.ป.ช.ว่าเป็นการใช้ความรุนแรง จงใจยั่วยุให้เกิดการปะทะกัน แต่เราไม่ต้องการให้เกิดเช่นนั้น จึงยอมถอยออกชั่วคราว ขณะนี้ได้เริ่มเคลียร์พื้นที่หน้า ป.ป.ช.เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมและจะเริ่มชุมนุมกันต่อในวันที่ 30 มี.ค.นี้เพื่อขัดขวางการเข้าชี้แจง ป.ป.ช.ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

คปท.ทุกทำเนียบรัฐบาล-เปลี่ยนธง

ด้านกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. ร่วมกับ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการคณะกรรมการการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ได้นำมวลชนเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล

เมื่อไปถึงแกนนำได้นำมวลชนเดินเข้าทำเนียบฯ โดยอัญเชิญพระพุทธชินราช 1 องค์ และพระชัยหลังช้าง 2 องค์เข้าไปด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่รักษาการด้านในต้องออกมาเจรจา แต่สุดท้ายก็อนุญาตให้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ไปประดิษฐานบนตึกไทยคู่ฟ้า ด้านหน้าองค์ท้าวมหาพรหม

นอกจากนี้ แกนนำ คปท.ยังเปลี่ยนธงชาติไทยผืนใหม่ที่เสาธงบนตึกไทยคู่ฟ้า แล้วเชิญขึ้นสู่ยอดเสา ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งปักหลักอยู่บริเวณสนามหญ้าด้านล่างต่างพากันร้องเพลงชาติไทย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กลุ่ม คปท.จะเคลื่อนขบวนออกจากทำเนียบรัฐบาลนั้น ได้มีการนำป้ายผ้าระบุข้อความว่า "ทำเนียบประชาชน" ไปติดไว้ที่ต้นไม้ข้างตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อแสดงสัญลักษณ์ด้วย

"สุเทพ"นำมวลชนสักการะอนุสาวรีย์ร.5

ในช่วงเช้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และนางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภรรยา รวมทั้งแกนนำ กปปส. ได้นำมวลชนพร้อมแนวร่วมเครือข่ายกว่า 70 กลุ่มเดินขบวนรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกมาสนับสนุนการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง โดยบรรยากาศการเดินขบวนวานนี้ (29 มี.ค.) มีประชาชนเข้าร่วมและคอยต้อนรับอยู่ข้างทางเป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้การจราจรช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่านติดขัดเป็นระยะ รวมระยะทางการเดินทั้งสิ้น 16.6 กิโลเมตร

จากนั้นนายสุเทพได้นำมวลชนทั้งหมดไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ที่ด้านหน้ารัฐสภา โดยนายสุเทพได้ตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะต่อสู้เพื่อให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนอย่างแท้จริง ขอพระบารมีของพระองค์ทรงปกปักรักษาพี่น้องชาวไทย ดลบันดาลให้การต่อสู้ของประชาชนประสบความสำเร็จ

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า จะต่อสู้ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยและประเทศอย่างแท้จริง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานอำนาจของพระองค์ให้แก่ปวงชนชาวไทย ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และสภาจะไม่สามารถเปิดได้จนกว่าจะปฏิรูปประเทศสำเร็จ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วนายสุเทพได้นำมวลชนกลับเวทีสวนลุมพินี

เอ็ม79ลงถนนสวรรคโลกหลังบัวแก้ว

เวลาประมาณ 12.30 น.วันเดียวกัน ช่วงที่นายสุเทพนำมวลชนเดินเท้าผ่านบริเวณทางรถไฟ ถนนสวรรคโลก มุ่งหน้าเข้าลานพระบรมรูปทรงม้า ปรากฏว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นในจุดดังกล่าว ทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย 2 คัน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ระเบิดตกระหว่างรถยนต์แท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า สีเขียว-เหลือง หมายเลขทะเบียน ทส 836 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์โตโยต้าคัมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ณฮ 838 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดอยู่บนถนนสวรรคโลกก่อนถึงแยกเสาวนีย์ ใกล้สถานีรถไฟสวนจิตรลดา หลังกระทรวงการต่างประเทศ แขวงสวนจิตรลดาเขตดุสิต แรงระเบิดทำให้รถทั้งสองคันเสียหาย

"ถาวร"ชี้หวังยิงผู้ชุมนุมแต่พลาดเป้า

นายอำนวย เหล่าเรือง อายุ 60 ปี คนขับรถแท็กซี่ กล่าวว่า รับผู้โดยสารมาจากตลาดนัดสวนจตุจักรเพื่อไปส่งที่ตลาดโบ๊เบ๊ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีขบวนผู้ชุมนุมกปปส.ที่ใช้ถนนศรีอยุธยามุ่งหน้าไปลานพระบรมรูปทรงม้า ทำให้รถติดเป็นแถวยาว โดยรถของตนจอดอยู่ข้างรถโตโยต้า รุ่นคัมรี่ เมื่อเกิดเสียงดังของระเบิดก็รู้สึกตกใจมาก เปิดประตูรถออกมาดูพบว่ายางรถแบน และพบสะเก็ดระเบิดที่ข้างรถ เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบพบว่าคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม79 มาจากทางด้านหลังเฉียงไปทางโรงพยาบาลรามาธิบดี

ด้าน นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นว่า จากการประเมินด้านความปลอดภัยภาพรวมยังเป็นที่น่าพอใจ แม้จะมีระเบิดเอ็ม 79 ตกห่างจากถนนที่ผู้ชุมนุมเดินผ่านประมาณ 100 เมตร โดยเชื่อว่าคนร้ายต้องการยิงระเบิดให้ตกใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อให้เกิดความสูญเสีย แต่เกิดยิงพลาดเป้า

ตำรวจฝากขัง4กวป.ซุกอาวุธสงคราม

ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม กวป. 4 คนที่ตกเป็นผู้ต้องหาครอบครองอาวุธสงครามที่ยึดได้ในป่าละเมาะใกล้กับสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดวานนี้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้ควบคุมตัว นายชูชาติ ชูศิริ อายุ 33 ปี นายรัตนพงศ์ อินทะรังษี อายุ 35 ปี นายสมัย บุญนาน อายุ60 ปี ทั้งหมดถูกดำเนินคดีฐานมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง และ นายคมปกรณ์ เกาะแก้ว อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี เมื่อปี 2553 ข้อหาลักทรัพย์ไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ ศาลได้รับตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้และส่งเข้าเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ยกเว้น นายคมปกรณ์ เท่านั้นที่ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ จ.ราชบุรีตามหมายจับคดีลักทรัพย์

จับอดีต รปภ.พกระเบิดอาร์จีดี-5

นอกจากนี้ ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คว่า ตำรวจ สน.ห้วยขวางจับกุม นายวัลลพ รัตน์รุ่ง อายุ 42 ปี พร้อมของกลางระเบิดขว้างสังหารชนิดอาร์จีดี-5 จำนวน 2 ลูก วิทยุสื่อสารแบบพกพา 1 เครื่อง และมีด 1 เล่ม โดยจับกุมได้ที่ซอยเปรมสมบัติ 1 แขวงและเขตดินแดง เมื่อกลางดึกวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงว่า นายวัลลพเข้าไปดื่มสุราในร้านยาดองแห่งหนึ่ง แล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนในร้าน จึงข่มขู่คู่กรณี คนที่เห็นเหตุการณ์จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาจับกุม ส่วนในชั้นสอบสวนนั้นมีรายงานว่า นายวัลลภเคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) อยู่ที่ชั้น 5-6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สาขาลาดพร้าว ขณะที่ระเบิดได้มาจากคนรู้จักเมื่อครั้งมีการชุมนุมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อช่วงปลายปี 2556