วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้'นายกฯ-พท.'ให้สัตยาบันรับอำนาจศาลรธน.

ปชป.เรียกร้อง 'ยิ่งลักษณ์-เพื่อไทย' ให้สัตยาบันรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนชี้ขาดเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 โมฆะหรือไม่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะหรือไม่ในวันที่ 21 มี.ค.57 นั้น นายชวนนท์ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับคนไทยคนอื่นเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ต้องออกมายืนยันว่าพร้อมน้อมรับเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหาทางออกให้กับประเทศ และถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะรัฐบาลจะยอมรับหรือไม่ จึงขอให้ออกมาแสดงจุดยืนก่อนที่จะมีคำวินิจฉัย และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศได้อย่างแท้จริง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องเร่งให้สัตยาบัณว่าจะยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นก้าวแรกของการหาทางออกให้บ้านเมือง จากนั้นจึงมาร่วมกันพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

นายชวนนท์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่การเลือกตั้งใหม่ต้องมีหลักประกันว่าจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง หรือไม่ใช่การเลือกตั้งโจ๊กอย่างที่ผ่านมา ทั้งนี้การที่พรรคจะลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งใหม่หรือไม่ ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากคนที่จะปลดชนวนความขัดแย้งคือรัฐบาล โดยต้องพิจารณาว่าจะต้องทำอะไรก่อนการเลือกตั้ง และพรรคก็พร้อมเดินหน้าเรื่องการปฏิรูปประเทศควบคู่ไปด้วยอยู่แล้ว ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขของกลุ่มต่าง ๆ ด้วยว่ามีอย่างไรบ้าง แต่หากรัฐบาลจะดึงดันเลือกตั้งทันทีโดยที่ไม่มีคำตอบในการแก้ปัญหาชาติก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อการคลี่คลายวิกฤตที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองในขณะนี้ ดังนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยต้องลดทิฐิเพื่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น โดยรัฐบาลไม่ควรเป็นเจ้าภาพเพราะเป็นคู่ขัดแย้ง จึงต้องหาวิธีการที่ทุกฝ่ายยอมรับด้วย ไม่ใช่ยึดแต่สิ่งที่ตัวเองอยากได้เท่านั้น

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ยังคงมีสถานการณ์ความรุนแรงภายใน กทม.หลังมีการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการประเมินของรัฐบาลที่อ้างว่ายกเลิการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะสถานการณ์ดีขึ้นแล้วแต่กลับมีการสรางสถานการณ์ทั้งกราดยิงใส่ข้างบ้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และยิงเอ็ม 79 ข้างบ้านนายนิสิต สินธุไพร แกนนำคนเสื้อแดง โดยเกรงว่าจะเป็นกระบวนการสร้างความเกลียดชังในกลุ่มมวลชน พร้่อมทั้งตั้งข้อสังเกตุเหตุกราดยิงบ้านนายจตุพรที่ยิงผิดบ้านด้วยว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ โดยขอให้ศอ.รส.เร่งค้นหาความจริงโดยด่วน เพราะในขณะนี้ ศอ.รส.ทำงานเหมือนดูแลเฉพาะคดีที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลถูกกล่าวหาทั้งสิ้น โดยล่าสุดมีการจับมือปืนป๊อปคอร์นได้ แต่ไม่มีความคืบหน้าในการจับกุมผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงกับผู้ชุมนุม ทั้งที่เห็นหน้าผู้ร้ายอย่างชัดเจน เป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมตั้งต้นแบบสองมาตรฐาน ใช้กฎหมายจัดการเฉพาะผู้ที่อยู่ตรงกันข้าม ส่วนพวกเดียวกันจะแบ่งแยกดินแดน ข่มขู่ หรือหมิ่นสถาบันทำได้หมด โดยรัฐบาลไม่สนใจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตซึ่งจะทำให้การไม่ยอมรับรัฐบาลรุนแรงมากขึ้น