13ปีศาลปค.-คดีแต่งตั้งโยกย้ายอื้อ เปิด"แผนกคดีบริหารบุคคล"รับมือ
เพิ่งปรากฏข่าวครึกโครมเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่สั่งให้รัฐบาลเร่งคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี ภายใน 45 วัน หลังจากถูกเด้งช่วงต้นรัฐบาลเมื่อปี 54 ไปนั่งตบยุงเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ
ถัดจากนั้นไม่กี่วัน คือ วันที่ 10 มี.ค. ประธานศาลปกครองสูงสุด นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ก็ได้เปิดแถลงข่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปีของการก่อตั้งศาลปกครอง แทบไม่น่าเชื่อว่าถึงวันนี้่ "คดีปกครอง" และ "ศาลปกครอง" ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทยอีกต่อไป เพราะได้กลายเป็นที่พึ่งเพื่อหาความเป็นธรรมให้กับประชาชนและข้าราชการมานานกว่า 1 ทศวรรษแล้ว
ที่สำคัญผลงานของศาลปกครองในบางด้านได้สะท้อนให้เห็นปัญหาการดำเนินงานของภาครัฐที่สำคัญหลายประการเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งมีสถิติคดีพิพาทเข้าสู่ศาลมากที่สุด
นายหัสวุฒิ อธิบายถึงสถิติด้านการบริหารจัดการคดีว่า ในภาพรวมสถิติคดีของศาลปกครองนับตั้งแต่เปิดศาลเมื่อ 9 มี.ค.44 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.56 มีคดีที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งสิ้น 94,920 คดี พิจารณาเสร็จแล้วจำนวน 74,000 คดี คิดเป็นร้อยละ 77.96 แยกเป็นคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ ในเวลา 2 ปี จำนวน 54,446 คดี คิดเป็นร้อยละ 73.58 ของคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จทั้งหมด และคดีที่ใช้เวลาในการพิจารณามากกว่า 2 ปี มีจำนวน 19,554 คดี คิดเป็นร้อยละ 26.42
สำหรับประเภทคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง พบว่า เป็นคดีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐและวินัยข้าราชการมากที่สุด จำนวน 16,381 คดี คิดเป็นร้อยละ 23
ทั้งนี้ คดีที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลที่มีการฟ้องร้องกันมากที่สุด ได้แก่ ข้อพิพาทเกี่ยวกับการสรรหา แต่งตั้ง โยกย้าย คิดเป็นร้อยละ 49.48 รองลงมาเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับคำสั่งลงโทษทางวินัย คิดเป็นร้อยละ 27.55 แสดงให้เห็นว่าการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานรัฐยังมีปัญหา การใช้อำนาจและดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับความเดือดร้อนเสียหาย และอาจทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สาธารณะลดลง
รองลงมาเป็นคดีเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คิดเป็นร้อยละ 17.71 ของคดีรับเข้าทั้งหมด และคดีเกี่ยวข้องกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ละเมิด หรือรับผิดอย่างอื่น คิดเป็นร้อยละ 17.64 ของคดีรับเข้าทั้งหมด
ส่วนสถิติคดีของแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เปิดแผนก เมื่อวันที่ 2 ส.ค.54 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.56 มีคดีรับเข้าสู่การพิจารณา จำนวน 2,696 คดี พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว 2,120 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณา 2,746 คดี ในจำนวนคดีที่พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วนั้น มีคดีที่ใช้เวลาพิจารณาเสร็จใน 1 ปี จำนวน 1,696 คดี คิดเป็นร้อยละ 80 ของคดีทั้งหมด
ขณะที่สถิติการบังคับคดีในภาพรวม นับถึง 20 ก.พ.57 สำนักบังคับคดีปกครอง ได้รับคดีที่ถึงที่สุดที่ศาลพิพากษา และมีคำบังคับเข้าสู่การบังคับคดีทั้งสิ้น จำนวน 7,368 คดี ดำเนินการเสร็จสิ้น 5,688 คดี คิดเป็นร้อยละ 77.20 และคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการบังคับคดี 1,680 คดี
สำหรับในปี 56 มีคดีเข้าสู่การบังคับคดีรวมทั้งสิ้น จำนวน 1,015 คดี คิดเป็นร้อยละ 13.78 โดยในปี 56 ศาลปกครองได้ปรับปรุงพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านคดี ทำให้สามารถบังคับคดีได้มากถึง 1,221 คดี (รวมคดีในปีก่อนๆ ด้วย) เพิ่มขึ้นจากปี 55 ร้อยละ 91.98 โดยปี 55 บังคับคดีได้ 636 คดี ทั้งยังได้จัดตั้งหน่วยบังคับคดีในสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค และดำเนินงานด้านการบังคับคดีอย่างเต็มระบบตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.56
ทั้งนี้ ศาลปกครองเล็งเห็นว่าในรอบปีที่ผ่านมามีการฟ้องร้องกันในส่วนคดีบริหารบุคคลเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองเกี่ยวกับการสรรหา การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น รวมทั้งมีคำสั่งที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ จึงได้จัดตั้ง "แผนกคดีบริหารงานบุคคล" ในศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองชั้นต้น พร้อมกัน 10 แห่งทั่วประเทศในวันที่ 10 มี.ค. เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการบริหารบุคคลเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความเชี่ยวชาญให้กับบุคลากรของศาลปกครอง รวมทั้งทำให้คำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานให้กับหน่วยงานทางปกครองอื่นๆ ยึดถือปฏิบัติต่อไป
นอกจากการเปิดแผนกคดีบริหารงานบุคคลเป็นการเฉพาะแล้ว ศาลปกครองยังได้ลดและเร่งรัดขั้นตอนในการดำเนินกระบวนพิจารณาและงานธุรการคดี เพื่อให้คดีแล้วเสร็จโดยเร็ว ทันต่อการป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และทันต่อการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายของคู่กรณีด้วย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป
ไม่ใช่ว่ากว่าจะตัดสิน ผู้ฟ้องก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว ทำให้เสียสิทธิและความเป็นธรรมไปอย่างน่าเสียดาย!





