"กปปส."ระดมความคิดปฏิรูปประเทศครั้งที่1 พุ่งเป้าช่วยคนจน กระจายที่ดิน-จัดกองทุนช่วนคนจนติดคุก ประกันสังคมใหม่
กปปส.จัดเวทีระดมความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 1 เรื่อง “แก้ความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมเข้มแข็ง” ที่อาคารศูนย์เยาวชนสวนลุมพินี โดยในภาคบ่ายของเวทีระดมความคิดได้มี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เป็นประธาน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เป็นเลขานุการ ซึ่งมีผู้นำเสนอผลการวิจัยและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูปโดยผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย นายประยงค์ ดอกลำใย ประเด็น“นโยบายที่ดินกับความเป็นธรรมทางสังคม” นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ ประเด็น“กองทุนยุติธรรม” น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประเด็น“(ร่าง)พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตแรงงานไทย” สุวัฒนา ศรีภิรมย์ ประเด็น“พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554” และนายวันชัย บุญประภา ประเด็น“กองทุนสลากกินแบ่ง เพื่อสังคมเข้มแข็ง”
โดยนพ.พลเดช กล่าวว่า เรื่องการปฏิรูปต้องอาศัยมวลมหาประชาชน โดยยึด 3 ยุทธศาสตร์ใหญ่ 1.สังคมไม่ทอดทิ้งกัน 2.สังคมเข้มแข็ง และ 3.สังคมคุณธรรม ซึ่งมี 3 กลุ่มประชากรเป้าหมาย 1.คนยากจน 2.ผู้ด่อยโอกาส 3.กลุ่มเปราะบาง หมายถึงเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ นโยบายทั้งหลายต้องไม่ตกหล่นกลุ่มคนเหล่านี้ อย่างไรก็ตามสังคมที่เข้มแข็งต้องมาจากฐานไปสู่ยอด ฐานคือองค์กรชุมชนท้องถิ่น ต้องแข็งแรงตั้งแต่ฐาน ไปสู่หน่วยงานสถาบันต่างๆ ส่วนด้านบนเป็นคุณธรรม ขณะที่ระดับของการปฏิรูปมี 3 ระดับคือ ปฏิรูปความสัมพันธ์ ปฏิรูปกฏหมาย และปฏิรูปจิตสำนึกวิธีคิด
นายประยงค์ ดอกลำใย กล่าวประเด็น“นโยบายที่ดินกับความเป็นธรรมทางสังคม”ว่า เรื่องที่ดินไม่เหมือนแก้วแหวนเงินทองที่จะมีเท่าไหร่ก็ไม่กระทบผู้อื่น แต่ที่ดินถ้าถือครองไม่กี่คนก็จะมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ซึ่งที่ดินประเทศไทยมีอยู่ 130 ล้านไร่ จากผลการศึกษาปี 55 มีโฉนด 26 ล้านฉบับ มีผู้ครอบครอง 15 ล้านคนทั่วประเทศ โดยคนที่มีมากที่สุด 6 แสนกว่าไร่ ส่วนนักการเมืองทั้ง 2 พรรคใหญ่มีที่ดินคนละหลักพันไร่ ซึ่งส.ส.ทั้งสภามีมูลค่าที่ดินรวม 15,000 ล้านบาทข้อมูลปี 56 อย่างไรก็ตามถ้าเอาที่ดิน 30 ล้านไร่มาให้ประชาชนทำกินก็จะมีรายได้ ประมาณ 127,000 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ดินชาวนามีแค่ 29 % ที่ยังไม่จำนำ ซึ่งพอชาวนาไม่มีที่ดินก็เป็นเหตุให้เข้ามากระจุกตัวในเมืองโดยทางออกมี 3 เรื่องคือ ให้เกิดการกระจายที่ดินให้มีการเสียภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า มีที่ดินเยอะจ่ายเยอะ พอได้ภาษีที่ดินมาให้จัดตั้งธนาคารที่ดิน และให้มีกรรมสิทธิ์ชุมชน ป้องกันไม่ให้มีการขายหรือหลุดไป
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวประเด็น“กองทุนยุติธรรม”ว่า เรื่องนี้ตนทำมา 3 ปีแล้ว จากการศึกษาในคุกประมาณ 5 หมื่นคนยังไม่รู้เลยว่าตนเองผิดหรือไม่ผิด ซึ่งต่างประเทศให้ประกันตัวถ้าไม่มีหลักฐาน แต่ประเทศไทยต้องใช้เงินประกันตัว บางคนไม่มีเงินก็ต้องเข้าคุก โดยเดิมเรามีระเบียบกระทรวงการคลังช่วยเรื่องกองทุนยุติธรรมแก่ผู้ที่ไม่มีค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ ซึ่งแต่ละปีจะมีงบประมาณ 25 ล้านบาท เนื่องจากประเทศไทยถ้าไม่มีเงินประกันตัวก็ออกไม่ได้ ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้ความเหลื่อมล้ำลดลง เราจะใช้หลักความสมานสามัคคีเป็นปรึกแผ่นของสังคม อย่างของต่างประเทศเรียกว่า ความเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยของต่างประเทศถ้ามีพฤติกรรมดี ก็ให้ประกันโดยที่ไม่ต้องใช้เงิน และเราจะให้กองทุนไปช่วยได้อย่างไร ประเทศไทยมีผู้ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตต่างๆประมาณ 53 ล้านกรมธรรม์ เราขอกรมธรรม์ละ 50 บาทต่อปี เหมือนในยุโรป ที่นำไปช่วยผู้ที่ไม่มีเงินประกัน ถ้าทำได้เราจะมีเงิน 2,500-2,700 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้คนที่เข้าคุกส่วนมาก 80-90% เป็นคนจน
น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย กล่าวประเด็น“(ร่าง)พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตแรงงานไทย”ว่า ประกันสังคมมีข้อจำกันคุ้มครองแค่ 12 ล้านคน อีกทั้งยังไม่ครอบคลุม ขณะที่การบริหารจัดการก็ยังขาดการมีส่วนร่วมของเครือข่ายต่างๆ เช่น เรื่องการตรวจสอบ เรื่องสุขภาพยังมีข้อจำกัดกว่าบัตรทอง โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานนอกระบบมีการจัดสวัสดิการไม่เหมาะสม ทั้งนี้สิ่งที่ต้องปฏิรูปคือ 1.เราต้องการองค์กรอิสระตรวจสอบได้จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน 2.เรื่องโครงสร้างการบริหารต้องให้เกิดความโปร่งใส คือให้มีการเลือกตั้งบอร์ดบริหารประกันสังคม ส่วนคณะกรรมการเฉพาะควรมาจากการสรรหา เช่น แพทย์ 3.ข้อจำกัดให้ขยายไปทุกอาชีพ ที่แรงงานนอกระบบรัฐมีการจ่ายที่น้อยกว่า 4.เรื่องสิทธิประโยชน์ เช่น การบริการทางการแพทย์ ต้องไม่กำหนด 3 เดือนถึงใช้ได้ ต้องใช้ได้ทันทีเมื่อเป็นพนักงาน และ 5.ผู้ประกันตนต้องรับรู้ข่าวสารสิทธิต่างๆระบบประกันสังคมเป็นพื้นฐานได้
นางสุวัฒนา ศรีภิรมย์ กล่าวประเด็น“พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554”ว่า กองทุนนี้ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว โดยในปัจจุบันได้มีในประชาชนทุกสายอาชีพ แต่มีปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญและดูแลด้วยการนำเงินมาสมทบกองทุนให้มีความเท่าเทียมกัน
นายวันชัย บุญประภา กล่าวประเด็น“กองทุนสลากกินแบ่ง เพื่อสังคมเข้มแข็ง”ว่า การปฏิรูปสลากเราก็ไปศึกษาระบบมา เราต้องปฏิรูปทั้งสำนักงานกองสลาก ทั้งเรื่องสลากเกินราคา อย่างไรก็ตามเงินก้อนนึงจากการขายสลากที่นำเข้าไปสำนักงบประมาณปกติปีนึงประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ในหลายประเทศเงินก้อนนี้จะเข้าไปสู่ภาคประชาสังคมให้ใช้ในการทำงานเพื่อสังคม เพราะงบแผ่นดินปกติไม่ช่วยภาคประชาสังคม เราจะเปลี่ยนสลากินแบ่งรัฐบาล เป็นสลากกินแบ่งเพื่อสังคม





