มติ กกต. เสนอรัฐบาลออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ 28 เขต พร้อมเตรียมจัดหย่อนบัตรใหม่ 7 จังหวัดที่พร้อม
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติให้เสนอรัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ใหม่ ใน 28 เขตภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร และเตรียมจัดเลือกตั้งใหม่ 7 จังหวัดที่พร้อม ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ยังติดค้างอยู่ต้องหารือกับกรรมการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ก่อนว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุม กกต. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) ว่า ได้มีมติเอกฉันท์ ใน 4 เรื่อง คือ 1.การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. มีหน่วยเลือกตั้ง 10,284 หน่วยใน 18 จังหวัด ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้เพราะมีการขัดขวางการจัดการเลือกตั้ง อีกทั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไม่สามารถหาได้ครบและขาดอุปกรณ์จัดการเลือกตั้ง
กรณีนี้ กกต.จะดำเนินการตามมาตรา 78 สั่งให้มีการลงคะแนนใหม่ในเขตที่มีความพร้อม ขณะนี้มี 7 จังหวัด 671 หน่วยซึ่งอยู่ในข่ายที่มีความพร้อม คือ ระยอง 27 หน่วย ยะลา 46 หน่วย ปัตตานี 1 หน่วย นราธิวาส 1 หน่วย เพชรบุรี 74 หน่วย ประจวบคีรีขันธ์ 222 หน่วย และ สตูล 300 หน่วย
"กรณี 5 จังหวัดแรกมั่นใจสูงว่าจะจัดการลงคะแนนใหม่ได้ ส่วนอีก 2 จังหวัดหลังคือ ประจวบคีรีขันธ์ และสตูล ยังก้ำกึ่ง เนื่องจากมีหน่วยเลือกตั้งมาก อาจมีปัญหารุนแรงเกิดขึ้นได้ และอาจทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม จะให้ กกต.จังหวัดประเมินอีกครั้ง"
นายสมชัย กล่าวว่า ทั้ง 7 จังหวัด กกต.ได้ดูสถานการณ์แล้วคิดว่าน่าจะสงบเรียบร้อยเป็นเหตุให้จัดการลงคะแนนใหม่ได้ แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ในวันอังคารที่ 11 ก.พ.นี้ กกต.จะเชิญ ประธาน กกต.จังหวัด และ กกต.จว. 7 จังหวัดมาประชุมปรึกษาหารือกัน รวมทั้งเชิญประธาน กกต.จังหวัด และ กกต.จว.จังหวัดอื่นในภาคใต้มาประชุมร่วมกัน หากประเมินแล้วจังหวัดต่าง ๆ พร้อมจัดการเลือกตั้ง กกต.จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว โดยจังหวัดไหนจัดได้ก็จะจัดพร้อมกัน
เล็งจัดเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่
นายสมชัย กล่าวอีกว่า 2.กรณีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่เสียไปจำนวน 83 เขต นั้น กกต.มีมติให้จัดการลงคะแนนใหม่ แต่จะต้องปรึกษาหารือเจ้าของพื้นที่ คือ ประธาน กกต.จังหวัดและ กกต.จังหวัด ในเขตเลือกตั้งที่มีปัญหาโดยจะเชิญมาพูดคุยในช่วงบ่ายวันพุธที่ 12 ก.พ. ว่าพื้นที่เลือกตั้งกลางจังหวัดใดมีความพร้อมในการลงคะแนนก็จะจัดโดยเร็วต่อไป
สำหรับประเด็นที่ประชุมมีการถกเถียงกันมากว่า ถ้าหากจัดการลงคะแนนล่วงหน้าทดแทนหลังวันที่ 2 ก.พ. จะเป็นประเด็นคนทักท้วงว่า มาจัดภายหลังไม่ใช่การเลือกตั้งล่วงหน้า และกฎหมาย พ.ร.บ.เลือกตั้ง ได้กำหนดว่าบัตรต่างๆ ต้องส่งมาถึงเขตที่ทำการนับคะแนนก่อนเวลา 15.00 น. ของวันที่ 2 ก.พ.นั้น
กกต.เห็นว่า ประเด็นสิทธิของประชาชนจำนวน 2 ล้านคนที่ลงทะเบียนสำคัญกว่า เพราะเป็นสิทธิที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ในขณะที่กระบวนการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ต้องส่งมาถึงเขตเป็นระดับกฎหมาย และระเบียบซึ่งต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ กกต.ไม่ต้องการให้ 2 ล้านเสียงหายไป จึงรักษาเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่คือรัฐธรรมนูญไว้ ส่วนจะขัดกับระเบียบ หรือไปผิดกฎหมายย่อยบางอย่างเป็นประเด็นที่เชื่อว่าสามารถชี้แจงได้
ชงรัฐออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่28เขต
3.กรณี 28 เขตใน 8 จังหวัดภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัครแม้แต่รายเดียว กรณีนี้ กกต.เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เพราะกกต.ไม่มีอำนาจออกประกาศ โดยจะมีหนังสือไปยังรัฐบาลว่าเห็นตรงกันหรือไม่ และขอให้รัฐบาลทำหนังสือตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร
และ 4.ประเด็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 26 ม.ค. และ 2 ก.พ. กรณีใช้สิทธิไปแล้ว แต่หลังจากนั้นหน่วยเลือกตั้งได้ประกาศปิดหรืองดลงคะแนน มีคำถามว่าคะแนนดังกล่าว กกต.จะนำมานับหรือไม่ กกต.มีมติให้นำคะแนนดังกล่าวมานับรวมกับการลงคะแนนที่จะจัดขึ้นใหม่ ดังนั้นผู้ใช้สิทธิไปแล้วไม่ต้องมาเลือกตั้งใหม่อีก
กำหนดวันเลือกตั้งทดแทนสัปดาห์หน้า
ส่วนที่ทางฝ่ายรัฐบาลระบุไม่สามารถออกพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งได้อีก เพราะ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งยังมีผลบังคับใช้อยู่นั้น นายสมชัย กล่าวว่า เป็นเพียงความคิดเห็นของบางคนเท่านั้น ดังนั้น กกต.จะทำจดหมายเป็นทางการถามไป ส่วนที่มองว่าหากเห็นแย้งจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่นั้น ถ้าเห็นเหมือนกับ กกต.ก็เดินหน้าต่อ ซึ่งรัฐบาลมีเวลาคิดและตอบอย่างเป็นทางการ ส่วนจะตอบอย่างไรอย่าเพิ่งไปคาดเดา
"ภายหลังวันที่ 11-12 ก.พ. ซึ่งประชุมผู้เกี่ยวข้องแล้ว กกต.จะพิจารณาว่าควรจะกำหนดวันลงคะแนนทดแทนการเลือกตั้งในวันที่ 26 ม.ค. และวันที่ 2 ก.พ. เป็นวันใด สำหรับบัตรเลือกตั้งนั้นต้องจัดพิมพ์ใหม่ สีใหม่ สำหรับโรงพิมพ์ที่จะจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งขอเป็นความลับ" นายสมชัย กล่าว
ปชป.แนะจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครนั้น ขณะนี้ติดข้อกฎหมายที่ว่าจะเป็นวันลงคะแนนใหม่หรือวันเลือกตั้งใหม่ ซึ่งกรณีที่เป็นวันลงคะแนนใหม่นั้นจะทำได้ในกรณีที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่ในเขตเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่ใน 28 เขตเลือกตั้ง ในพื้นที่ภาคใต้กลับไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้สมัครการสมัครรับเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง จะต้องเป็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่และทำได้โดยวิธีเดียว คือ การออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่เท่านั้น และต้องเป็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศในวันเดียวกัน ให้เป็นไปตามนัยของรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ขณะที่ กกต.ไม่มีอำนาจกำหนดวันลงคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร เพราะทำได้อย่างเดียวคือกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เท่านั้น และต้องกำหนดใหม่ทั่วประเทศ 375 เขตเลือกตั้งต้องจัดใหม่พร้อมกัน
ผู้ตรวจฯไม่ส่งศาลวินิจฉัยเลือกตั้ง
นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการวินิจฉัยกรณีนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องขอให้พิจารณาการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ และให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า เรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจผู้ตรวจการฯ
ทั้งนี้การกำหนดวันทดแทนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร การออกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้การจัดการเลือกตั้งอาจไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่ละประเด็นเป็นเรื่องการกระทำของกกต. ซึ่งกกต.ไม่ได้เป็นบุคคลตามมาตรา 244 (1) (ก) ของรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจฯจะส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาได้
"กรณีนี้ หาก กกต. เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจฯ ส่งเรื่องได้ เรื่องก็ต้องส่งไปศาลปกครอง ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญตามที่นายวิรัตน์ ร้องอีก และเมื่อนายวิรัตน์ ร้องให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ร้องให้ส่งศาลปกครอง ผู้ตรวจฯ ก็ส่งคำร้องไม่ได้อยู่ดี"





