วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลหวังกกต.จัดเลือกตั้งใหม่ภายใน7วัน

กกต.สรุปเลือกตั้งทั่วประเทศ เปิดลงคะแนนได้ 83,813 หน่วย จาก 93,952 หน่วย คิดเป็น 89.2% งดลงคะแนน 18 จังหวัด รัฐหวังจัดเลือกตั้งใหม่ใน 7 วัน

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ผ่านพ้นไปด้วยดี โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน เปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้งได้ครบทุกจังหวัด ทุกเขต กรุงเทพฯ บางเขตมีเหตุวุ่นวาย แต่ที่มีปัญหามากที่สุดคือพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีถึง 9 จังหวัด 42 เขต ที่เปิดให้ลงคะแนนไม่ได้

ผลจากการเลือกตั้งที่มีหลายเขตเปิดลงคะแนนไม่ได้ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลออกมาเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ภายใน 7 วัน

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. แถลงเมื่อเวลา 16.00 น. วานนี้ (2 ก.พ.) สรุปภาพรวมการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ทั่วประเทศมีจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 93,952 หน่วย ลงคะแนนได้ 83,813 หน่วย คิดเป็น 89.2% จาก 77 จังหวัด งดลงคะแนน 18 จังหวัด โดยงดทั้งจังหวัด 9 จังหวัด งดบางส่วน 9 จังหวัด รวม 69 เขต แบ่งเป็นงดทั้งหมด 37 เขต งดบางหน่วย 32 หน่วย

ทั้งนี้ กกต.ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งทั้งประเทศได้ เพราะการประกาศผลการนับคะแนนต้องประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้ง ผลการนับคะแนนของที่เลือกตั้งกลางในเขต และผลการนับคะแนนนอกเขตเลือกตั้งจังหวัด และนอกเขตราชอาณาจักร ขณะนี้ยังมีผู้ใช้สิทธิลงคะแนนไม่ครบ และ กกต.อยู่ระหว่างศึกษาระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง โดย กกต.เตรียมประชุมร่วมกับ ครม.ในการเยียวยา 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครแบบแบ่งเขต

"กกต.ขอบคุณผู้มาใช้สิทธิ และทุกภาคส่วน ที่ทำให้การเลือกตั้งวันนี้ผ่านพ้นไปได้โดยไม่มีเหตุรุนแรง รวมทั้งขอบคุณ กกต.ประจำเขต จังหวัด และเจ้าหน้าที่ทุกระดับ หน่วยงานราชการ รัฐ เอกชน และที่อดทนอดกลั้นจัดการเลือกตั้งครั้งนี้" นายศุภชัย กล่าว

ใต้9จังหวัด42เขตหย่อนบัตรไม่ได้

ด้าน นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงเมื่อเวลา 10.00 น. ถึงภาพรวมหลังเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง 77 จังหวัด เวลา 08.00 น. ว่า เบื้องต้นภาคกลาง ภาคตะวันออก รวม 26 จังหวัด 127 เขต สามารถเปิดการลงคะแนนได้ใน 26 จังหวัด 122 เขต มีเพียง 5 เขต ที่เปิดการลงคะแนนไม่ได้

ภาคเหนือ 16 จังหวัด 66 เขต สามารถเปิดการลงคะแนนได้ครบ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด 126 เขตสามารถเปิดการลงคะแนนได้ครบ ภาคใต้ 15 จังหวัด 56 เขต สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ 6 จังหวัด 19 เขต ไม่สามารถเปิดได้ 9 จังหวัด 37 เขต รวม 77 จังหวัด 375 เขต สามารถเปิดลงคะแนนได้ 68 จังหวัด 333 เขต มีเพียง 9 จังหวัด 42 เขต ที่ไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้

5 เขต กทม. งดลงคะแนน

ขณะที่ นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. แถลงเมื่อเวลา 12.45 น. ว่า ได้รับรายงานว่า การลงคะแนนในภาคเหนือ 16 จังหวัด 66 เขต เหตุการณ์เรียบร้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด 126 เขต ไม่มีปัญหา ส่วนกรุงเทพฯ มีจำนวน 488 หน่วย ใน 5 เขต ที่ต้องประกาศงดการลงคะแนน คือ เขตบางกะปิ ราชเทวี ดินแดง หลักสี่ และ บึงกุ่ม

นอกจากนี้ ใน จ.เพชรบุรี เขต 3 ปิดจำนวน 74 หน่วย ได้แก่ อ.บ้านแหลม 26 หน่วย อ.บางตะบูน 15 หน่วย อ.หนองหญ้าปล้อง 32 หน่วย และ อ.บ้านลาด 1 หน่วย ส่วน จ.ระยอง ประกาศงดการลงคะแนน 27 หน่วย ได้แก่ เขต 1 ต.ตะพง อ.เมือง 19 หน่วย เขต 3 จำนวน 5 หน่วย ประกอบด้วย อ.บ้านค่าย 4 หน่วย อ.วังจันทร์ 1 หน่วย และเขต 4 จำนวน 3 หน่วย

ส่วนภาคใต้ประกาศงดการลงคะแนนทั้งจังหวัด 9 จังหวัด ได้แก่ ตรัง สงขลา พัทลุง ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต และ กระบี่ จังหวัดที่ปิดเพิ่มเติมได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 จำนวน 19 หน่วย เขต 2 จำนวน 33 หน่วย และเขต 3 จำนวน 133 จ.สตูล เขต 1 จำนวน 32 หน่วย เขต 2 จำนวน 33 หน่วย

จ.นครศรีธรรมราช มี 9 เขต เปิดได้ 4 เขต คือ เขต 1 จำนวน 4 หน่วย เขต 5 จำนวน 2 หน่วย เขต 6 จำนวน 2 หน่วย และเขต 9 จำนวน 69 หน่วย จ.ยะลา ปิด 5 หน่วย ได้แก่ เขต 1 จำนวน 2 หน่วย เขต 2 จำนวน 1 หน่วย และเขต 3 จำนวน 2 หน่วย จ.ปัตตานี เขต 2 ปิด 1 หน่วย เขต 3 ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ ปิด 1 หน่วย

นายธนิศร์ กล่าวว่า กกต.ได้รับรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.นอกราชอาณาจักร ที่มีการลงคะแนนระหว่างวันที่ 13-26 ม.ค. ใน 67 ประเทศ มีผู้ลงทะเบียน 143,807 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 38,350 คน คิดเป็น 27% ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตต่างๆ

กกต.กทม.พอใจภาพรวมเลือกตั้ง

นายอรรณพ ลิขิตจิตถะ ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร แถลงเมื่อเวลา 16.30 น. ภายหลังปิดลงคะแนนเลือกตั้งว่า มีความพอใจและภาพรวมมีความเรียบร้อย โดยมีหน่วยที่ลงคะแนนเลือกตั้งได้เรียบร้อย รวม 6,155 หน่วย จากจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,671 หน่วย คิดเป็น 92.27% ขณะที่หน่วยที่ไม่สามารถลงคะแนนได้มี 516 หน่วย คิดเป็น 7.73%

ทั้งนี้ มาจาก 3 สาเหตุ คือ 1.ไม่สามารถจ่ายบัตรเลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้งได้ รวม 3 เขตเลือกตั้ง คือ เขตเลือกตั้งที่ 5 (เขตราชเทวีและเขตดุสิต) เฉพาะหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขตราชเทวี รวม 86 หน่วย, เขตเลือกตั้งที่ 6 (เขตพญาไทและเขตดินแดง) เฉพาะหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขตดินแดง รวม 175 หน่วย และ เขตเลือกตั้งที่ 11 (เขตหลักสี่และเขตดอนเมือง เฉพาะแขวงสนามบิน) เฉพาะหน่วยเลือกตั้งพื้นที่เขตหลักสี่ จำนวน 128 หน่วย รวมหน่วยเลือกตั้งที่ไม่สามารถจ่ายหีบบัตรเลือกตั้งทั้งหมด 389 หน่วย เนื่องจากถูกผู้ชุมนุมปิดล้อม

2.ในระหว่างการเลือกตั้ง คือ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มาปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบ 9 คน ใน 114 หน่วย และ 3.มีการประกาศงดลงคะแนน ใน 13 หน่วย นอกจากนั้นพบการฉีกบัตรเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 17 หน่วยที่ 20 เขตมีนบุรี แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจงใจหรือไม่

ด้าน นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัด กทม. ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่นประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีที่มีผู้หย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่อง ไม่ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย เพราะในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยสามารถที่จะนำบัตรลงคะแนนไปใส่คืนในกล่องที่ถูกต้องหลังจากการตรวจนับบัตร ทั้งนี้ต้องมีการเขียนบันทึกเพื่อรายงานต่อเจ้าหน้าที่กกต.

กกต.ไม่เร่งจัดหย่อนบัตรรอบใหม่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงกรณีที่จะมีบางฝ่ายเตรียมฟ้อง กกต.จัดการเลือกตั้งมีปัญหา เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่า จะถูกฟ้องอย่างไรก็แล้วแต่กรณี แต่เชื่อว่ามีคนรอฟ้องอยู่เยอะ ยืนยันว่า กกต.จัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย ไม่ได้ยึดอารมณ์เป็นหลัก และขอย้ำว่าการเลือกตั้งยังไม่เป็นโมฆะ นอกจากจะมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลชี้เท่านั้น ขณะนี้การเลือกตั้งจึงยังไม่โมฆะ และรอนับคะแนนรวมกับการเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ก็จะประกาศผลได้

"ปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ผมขอไม่พูด เพราะอาจเป็นการชี้ช่อง แต่ประเด็นต่างๆ ก็เห็นกันอยู่ รัฐบาลก็เห็น กกต.ก็เห็น ส่วนแนวทางแก้ไขเราคงนำทุกปัญหามาประมวล แล้วแก้ก้อนใหญ่ทีเดียว ไม่แก้แบบทีละเล็กทีละน้อยหรือปะผุ ที่สำคัญการเลือกตั้งใหม่หรือเลือกตั้งทดแทนต้องไม่ถี่ ไม่ซ้อนกันเกินไป และไม่ทำให้ดูเหมือนเป็นการเร่งให้เร็ว ซึ่งอาจส่งผลเป็นการเติมเชื้อไฟ ซ้ำเติมสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่" นายสมชัย กล่าว

ประชดชาติหน้าก็เปิดสภาไม่ได้

ด้านแหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ครบ 95% เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลย หรือพูดง่ายๆ "ชาติหน้าก็เปิดไม่ได้ ถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้" เพราะการคำนวณคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ ต้องใช้คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งตามกฎหมาย ขาดไปเพียงหน่วยเดียวก็ไม่สามารถคำนวณได้ ฉะนั้น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 125 คนประกาศไม่ได้แน่นอน จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถมี ส.ส.ครบ 95% เพื่อเปิดประชุมสภาได้ภายใน 6 เดือน

รัฐหวังกกต.เลือกตั้งใหม่ใน7วัน

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งว่า ไม่ปรากฏเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ตามที่มีผู้กังวลว่าถ้ามีการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. จะเกิดเหตุการณ์รุนแรง

ส่วนในเขตเลือกตั้งที่ไม่เปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาลงคะแนนก็มีหลายเขต เพราะมีการปิดหน่วยเลือกตั้งไปก่อน ก็หวังว่ากกต.ที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 โดยการเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาลงคะแนนใหม่ภายใน 7 วัน

นายกฯ พอใจภาพรวมเลือกตั้ง

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยดี อย่างน้อยขั้นตอนนี้ก็เป็นขั้นตอนที่ใช้หลักประชาธิปไตย ให้แต่ละคนมาใช้สิทธิของตนเอง แม้ว่าจะมีบางส่วน อาจมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะช่วยกันประคองให้การแก้ไขปัญหาไปทีละขั้น อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าเราต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้

“พอใจภาพรวมการเลือกตั้งขั้นตอนต่อไปอยู่ที่ กกต.ในการดำเนินการส่วนที่เหลือ แม้ว่ากระบวนการเลือกตั้งอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่เป็นในบางเขตในบางพื้นที่ แต่กฎหมายก็มีทางออก ความไม่สมบูรณ์จะทำอย่างไร” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนเรื่องหย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่องนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ได้แจ้งไปยัง กกต. แล้ว และก็ทำตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ

ปชป.เล็งยื่นเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงภายหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่ประจักษ์ว่าทำได้ตามปกติในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางบางส่วน แต่ใน กทม.และภาคใต้ยังไม่สามารถดำเนินการได้บางส่วน ทำให้บางหน่วยไม่สามารถนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งได้ และไม่ทราบว่าจะทำให้ผลการนับคะแนนเบี่ยงเบนไปหรือไม่

รวมทั้งจะทำให้การประกาศผลการเลือกตั้งยังไม่สามารถดำเนินการได้ และยังไม่สามารถนับคะแนนบัญชีรายชื่อได้ จึงยังมองไม่เห็นอนาคตที่จะนำไปสู่ข้อยุติของการเมืองไทยได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กกต.ได้เคยเตือนและเสนอความเห็นไปยังรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลยังยืนยันที่จะให้มีการเลือกตั้ง

จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่รัฐบาลเดินหน้าเลือกตั้งมี 3 ข้อหลัก คือ 1.รัฐบาลต้องการรักษาอำนาจไว้กับตัวเองให้นานที่สุด เพราะเชื่อมั่นว่ายังไงก็จะชนะการเลือกตั้ง 2.รัฐบาลจะนำผลการเลือกตั้งไปอ้างว่าประชาชนส่วนมากยังสนับสนุนรัฐบาลนี้ต่อไป และ 3.จะใช้ผลการเลือกตั้งไปสู่การรับรู้ของชาวโลก สร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ที่อาจจะนำไปสู่การยื่นคัดค้านว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะต่อไป โดยจะยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญผ่านช่องทางต่างๆ