"อภิสิทธิ์"นั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกสมัย พร้อมได้กรรมการบริหารชุดใหม่
พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารับรองข้อบังคับพรรคใหม่ตามการปรับโครงสร้างพรรค โดยที่ประชุมได้มีอนุมัติข้อบังคับพรรคใหม่ และได้เลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจำนวน 35 คน โดยตำเเหน่งหัวหน้าพรรคนั้นนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคต่ออีกสมัย ซึ่งไม่มีผู้ใดเสนอชื่อแข่งขัน และที่ประชุมได้เลือกโดยใช้วิธีหย่อนบัตรลงในคูหาเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า นายอภิสิทธิ์ ได้รับคะแนนร้อยละ 98.06 ได้เป็นหัวหน้าพรรคต่ออีก 1 สมัย
ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้เสนอรายชื่อรองหัวหน้าพรรคในโควตาหัวหน้าพรรค จำนวน 5 คนได้แก่ นายเกียรติ สิทธิอมร นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สมาชิกพรรค และส.ส.พรรคที่เข้าร่วมชุมนุมและขึ้นเวทีปราศรัยการชุมนุมที่เวทีราชดำเนิน ได้ขอถอนตัวจากลงสมัครในตำแหน่งต่างๆของพรรค เนื่องจากเกรงว่า อาจมีปัญหาถูกร้องให้ยุบพรรค ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกรองหัวหน้าพรรคตามที่นายอภิสิทธิ์เสนอ
จากนั้นที่ประชุมก็ให้มีการเสนอชื่อรองหัวหน้าพรรคภาคต่างๆ โดยมีการเสนอชื่อประกอบด้วย ภาคเหนือเสนอชื่อนายอัศวิน วิภูศิริ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสนอชื่อ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ภาคกทม.เสนอชื่อนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ภาคกลางเสนอชื่อ นายอลงกรณ์ พลบุตร และนายสาธิต ปิตุเตชะ ภาคใต้เสนอชื่อนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ สุดท้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอชื่อนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงคะแนนเลือกรองหัวหน้าพรรคภาคต่างๆปรากฏว่า นายอัศวิน ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ด้วยคะแนนร้อยละ 89.97 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นรองหัวหน้าพรรคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยคะแนนร้อยละ 90.36 นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคกลางด้วยคะแนน ร้อยละ 63.13 ชนะนายอลงกรณ์ที่ได้คะแนนร้อยละ 30.93 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ด้วยคะแนนร้อยละ 56.73 ชนะนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่ได้คะแนนร้อยละ 37.55 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคกทม. ด้วยคะแนนร้อยละ 55.84 ชนะนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ได้คะแนนเพียงร้อยละ 36.20 และนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการพรรค ได้คะแนนร้อยละ 91.83 จากนั้นได้มีการเสนอชื่อกรรมการบริหารพรรคที่เหลือพร้อมทั้งโฆษกพรรคที่มีเสนอให้นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เป็นต่ออีกสมัย





