ตำรวจนครบาลเตรียมกำลังดูแลความปลอดภัย ทำเนียบ-สภา-บช.น.และพื้นที่โดยรอบ 14 จุด
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยบช.น.และสถานที ราชการสำคัญต่างๆภายหลัง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศนำมวลชนบุกยึด พื้นที่หน่วยงานราชการวันที่ 1 ธ.ค.ว่า มีการวางกำลังตำรวจ3กองร้อย450นายคุมเข้มความปลอดภัยภายในกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายเข้ายึดพื้นที่ห้ามข้าราชการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่โดยเจ้ากน้าที่ตำรวจจะไม่ยอมให้ผู้ชุมนุมเข้ามาภายในพื้นที่กระทรวงอย่างเด็ดขาดรวมถึงภายในบช.น.ทำเนียบฯและรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วไป ภายในกระทรวงศึกษาธิการและบช.น. มีตำรวจตรึงกำลังจำนวนมากทั้งตชด.และปจ.ต่างๆโดยนำรั้วลวดหนามและแท่นแบริเออร์วางกั้นริมรั้วกระทรวงศึกษาธิการและคุรุสภาอย่างแน่นหนาป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมปีนรั้วเข้ามาภายในพื้นที่
ด้านพล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ รอง ผบช.น. ฐานะดูแลงานด้านความมั่นคง กล่าวว่า ยังไม่มีการปรับเพิ่มกำลังตำรวจยังใช้กำลังตามแผนปฏิบัติเดิมแม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางมาประชิดแนวกั้นทำเนียบรัฐบาล และบช.น.ก็ตามตำรวจมีมีหน้าที่หลักในการดูแลความปลอดภัยสถานที่อยู่แล้ว โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา รวมถึงสถานที่สำคัญอื่นๆและจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเด็ดขาด
จากการประเมินสถานกบรณ์คาดว่าผู้ชุมนุมแต่ละกลุ่มจะแยกกันมา ต่างคนต่างเดินทางมาโดยรอบ 9 จุด ใช้กำลังดูแลรอบทำเนียบรัฐบาล 33 กองทั้งภายในภายนอกยึดการบังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก ดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม และไม่ใช้ความรุนแรงหรือทำให้ประชาชนเดือดร้อนโดยเด็ดขาด
รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจเตรียมพร้อมกำลังในการทำหน้าที่ดูแลทำเนียบ-สภา-บช.น.และพื้นที่โดยรอบ รวม 56 กองร้อย 8,400 นาย แบ่งเป็นรอบนอกรอบในทำเนียบรัฐบาล 33 กองร้อย รอบนอกรอบในรัฐสภา14กองร้อย และดูแลทก.ส่วนหน้าแยกพล.1 ทก.มัฆวานฯอีก10กองร้อยห้ามเข้าแนวกั้นทก.ส่วนหน้า14 จุดอย่างเด็ดขาด ประกอบด้วย 1.ทก.ส่วนหน้าสะพานมัฆวานฯ , 2.ทก.แยกสวยมิสกวัน , 3.ทก.ส่วนหน้า แยกวังแดง , 4.ทก.แยกพล.1 , 5.ทก.ส่วนหน้าแยกวัดเบญฯ , 6.ทก.ส่วนหน้าแยกการเรือน , 7.ทก.ส่วนหน้าแยกขัติยานี , 8.ทก.ส่วนหน้าราชวิถี , 9.ทก.ส่วนหน้าโค้งปตท. , 10.ทก.ส่วนหน้าสะพานชมัยมรุเชรษฐ , 11.ทก.ส่วนหน้าประชาเกษม , 12.ทก.ส่วนหร้าละพานอรทัย , 13.ศปก.ส่วนหน้าทำเนียบ และ14.ศปก.ส่วนหน้ารัฐสภา
โดยทั้งหมดทุกจุดจะมีการวางแนวกั้นอย่างมิดชิดถึง 4 ชั้น คือชั้นแรกเป็นรั้วลวดหนาม ชั้นสองเป็นแท่นแบริเออร์เล็ก ชั้นสามรั้วลวดหนามแน่นหนา และชั้น 4 แท่นแบริเออร์ขนาดใหญ่ โดยเจ้าหน้าที จะใช้มาตรการเบาไปหาหนักเริ่มจากเจรจา ประกาศเตือน แจ้งการใช้อุปกรณ์เครื่งมือ ใช้โล่กระบองผลักดันผู้ชุมนุม ใช้คลื่นความถี่สูงให้เกิดเสียงแหลมแสบแก้วหู การฉีดน้ำแรงดันสูง การใช้แก็สน้ำตาและกระสุนยางสกัดจับผู้ทำผิด โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ตรงกันคือหากผู้ชุมนุมบุกรุกฝ่าเข้ามาระหว่างรั้วลวดหนามด้านในและแท่นแบริเออร์ซึ่งมีระยะห่างกันประมาณ30-50เมตรแล้วแต่กายวิภาพแต่ละพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดตามพ.ร.บ.มั่นคง ผบ.เหตุการณ์จุดนั้นจะมีคำสั่งยิงแก็สน้ำตาทันทีโดยพื้นที่ด้านในและรอบนอกทำเนียบมีผบ.เหตการณ์จำนวน5นายเป็นนายตำรวจระดับรองผบช.น.มีพล.ต.ต.สุธีร์ เณรกันฐีเป็นผบ.สั่งการด้านใน ขณะที่พื้นที่รัฐสภามี พล.ต.ต.พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต และพล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รองผู้บัญชาการเป็นผบ.เหตุการณ์





