ดีเอสไอจับแก๊งไนจีเรียอัพเฟชบุ๊คอ้างเป็นฝรั่งผิวขาว หลอกสาวไทยโอนเงิน เชื่อวงเงินเสียหายไม่ต่ำกว่า80ล้านบาท
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยนายวสวัต ชวลิตธำรง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 1 แถลงภายหลังการจับผู้ต้องหาชาวไนจีเรียหลอกลวงคนไทยผ่านเฟชบุ๊คเชื่อมโยงกับขบวนการเงินดำ โดยนายธาริต กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบพฤติการณ์หลอกลวงในลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก จึงเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นขบวนการ โดยเหยื่อรายล่าสุดที่ร้องทุกข์กับดีเอสไอเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งสูญเงินให้ผู้ต้องหาไปทั้งสิ้น 4 แสนบาท ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่จับกุมได้คือ นายเอสโซ่โคลี่ จู๊ด โนเคนนัมม่า ( EZEOKOLIE JUDE NWOKENAMMA)ชาวไนจีเรีย อายุ 37 ปี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 502 อาคารแอนนาเพลส ซ.ลาดพร้าว 140 เขตบางกะปิ กทม. พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ซิมการ์ด 8 อัน สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 3 ใบ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำเงินดำ นอกจากนี้ยังขยายผลตรวจค้นห้องพักเลขที่ 211 พร้อมยึดอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ในการกระทำผิดอีกหลายรายการ เช่น คอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊ค 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซิมการ์ด 5 อัน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากระทำผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 และข้อหาฉ้อโกงโดยจะดำเนินคดีเป็นรายกรรม ขณะนี้มีเหยื่อเข้ามายืนยันว่าถูกหลอกแล้ว 2 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท
ด้านนายวสวัต กล่าวว่า ผู้ต้องหาอ้างใช้เฟชบุ๊กปลอม 2 ชื่อ เพื่อติดต่อกับเหยื่อโดยอ้างตัวเป็นทหารอเมริกาและนักการฑูต ซึ่งกลุ่มดังกล่าวใช้วิธีนัดพบเหยื่อและนำเงินดอลล่าร์มาให้เหยื่อดู แต่อ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่สามารถนำไปใช้ได้เพราะถูกปั๊มตัวอักษรคำว่า “Original” ไว้จำเป็นต้องใช้น้ำยาชนิดพิเศษล้างออก ซึ่งน้ำยาดังกล่าวมีราคา 700,000 บาท เบื้องต้นผู้ต้องหาได้นำเงินดอลล่าร์จริงจำนวน 100 ดอลล่าร์ 2 ใบมาทดลองให้เหยื่อดู และพาเหยื่อไปแลกเงินซึ่งปรากฏว่าเป็นเงินจริง เหยื่อจึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้ 400,000 บาท จากนั้นผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำเงินจริงมาให้ภายหลัง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย ทั้งนี้ จากการตรวจความเคลื่อนไหวจากบัญชีที่ยึดได้ 5 บัญชีแต่ตรวจสอบพบว่าเพียงแค่ 2 บัญชีมีเงินหมุนเวียนกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้จะเรียกผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีทั้ง 5 บัญชีมาชี้แจงด้วย
นายวสวัต กล่าวต่อว่า นอกจากผู้ต้องหารายดังกล่าว ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 รายที่ถูกออกหมายจับไปแล้วและเชื่อว่าจะเป็นขบวนการเดียวกัน โดยในวันนี้ได้เรียกหญิงที่หลอกว่าเป็นชิปปิ้งซึ่งเป็นภรรยาของผู้ต้องหามาให้ปากคำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่เชื่อว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิดแน่นอน สำหรับขบวนการเงินดำแต่เดิมจะมีการใช้ผงถ่านทาที่ธนบัตรและนำมาหลอกเหยื่อว่าต้องใช้น้ำยาในการล้างออก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนวิธีเป็นการปั๊มตัวอักษรเพื่อใช้น้ำยาพิเศษล้างออกแทน





