"จตุพร-ณัฐวุฒิ"พร้อมส.ส.เสื้อแดง แถลงทำความเข้าใจเพื่อไทยแล้ว เตรียมจัดเวที 5 จังหวัดชี้แจงประชาชนถอน พ.ร.บ.นิรโทษ ยันไม่ยอมให้ปชป.ล้มรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มส.ส.เสื้อแดง พรรคเพื่อไทย นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. พร้อมด้วยส.ส.เสื้อแดง ประมาณ 10 คน ร่วมแถลงข่าวถึงพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่าได้ปรับความเข้าใจกับพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเปิดเวทีชี้แจงต่อประชาชนต่อพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เราเคารพในเจตนารมณ์ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายที่แสดงออกต่อพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือคัดค้าน และรัฐบาลเพื่อไทยได้แสดงความจริงใจในการถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดองทั้ง 6 ฉบับออกไป และชั้นวุฒิสภาฯจะประกาศคว่ำร่าง ซึ่งถือว่าได้ข้อยุติ จึงอยากเรียนไปยังประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว เมื่อบรรลุเจตนารมณ์ และได้ข้อยุติเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แล้วควรจะพิจารณาทบทวนการชุมนุม แต่ความพยายามโค่นล้มรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งยังมีอยู่ ซึ่งเป็นคนกลุ่มเดิมที่เปิดประตูให้มีรัฐประหาร เรียกร้องนายกฯ ม.7 สนับสนุนตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร และเป็นพวกที่ออกคำสั่งให้ใช้อาวุธกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ
"ผมทราบว่ามีความเคลื่อนไหว โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่แปซิฟิกคลับ ย่านสุขุมวิท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พบกับผู้มีบารมีคนหนึ่ง โดยได้หารือถึงสถานการณ์ชุมนุม และผู้มีบารมีคนนั้นถามนายสุเทพว่าเหตุใดคนมาชุมนุมถึงน้อย ไม่เหมือนกับที่เคยพูดกัน นายสุเทพ จึงตอบไปว่า เดี๋ยวคนก็มามากเอง แต่ของเตรียมไว้หมดแล้ว เป็นการพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือเปิดให้ดูภาพของบางอย่าง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร แต่ประเด็นคือมีการพูดคุยกับคนที่อยากจะโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่การเคลื่อนไหวด้วยอำนาจนอกระบบเป็นสิ่งที่สังคมประชาธิปไตยรับไม่ได้ ขอให้ประชาชนใช้วิจารญาณในการชุมนุม" นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 9 พ.ย. ตน นายจตุพร และนายวีระ มุสิกพงศ์ จะจัดรายการความจริงวันนี้ภาคพิเศษ เพื่อเป็นการชี้แจงสถานการณ์การเมือง รวมทั้งจะมีการจัดเวทีชี้แจงทั้งในกทม.และต่างจังหวัด โดยวันที่ 10 พ.ย.จะจัดในกทม. , วันที่ 11 พ.ย. จ.ขอนแก่น ,วันที่ 12 พ.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ , วันที่ 13 พ.ย. ที่ จ.อุดรธานี และ วันที่ 14 พ.ย. ที่ จ.ชลบุรี อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกเจ็บปวดที่ผู้ที่ถูกอัยการสั่งฟ้องในการบงการต่อประชาชน มาใช้พื้นที่ที่เคยสั่งยิงประชาชน แล้วมาสะอึกสะอื้นโดยที่ไม่เคยสำนึกถึงความผิด สำหรับปัญหาในฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหลายที่เห็นต่าง เมื่อมีขบวการจะโค่นล้มประชาธิปไตย เราต้องมาพูดคุยจัดการปัญหาภายในเพื่อเตรียมเผชิญกับปัญหาภายนอก โดยการตั้งเวทีนั้น จะไม่มีการเคลื่อนไหวมวลชนเพื่อให้เกิดการเผชิญหน้าหรือให้มีการปะทะกัน จะก้าวเดินอย่างระมัดระวัง
นายจตุพร กล่าวว่า แม้ก่อนหน้าตนจะมีความเห็นแตกต่างกับรัฐบาล แต่ไม่มีวันจะไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์มาโค่นล้มรัฐบาลนี้ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า เพราะสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำมันเกินกว่าจะให้อภัย ไม่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ ใช้ลานประหารประชาชนมาฟอกตัวเองให้พ้นผิด การโค่นล้มรัฐบาลจะทำให้เครือข่ายอำมาตย์กลับมามีอำนาจ ดังนั้นจะขอต่อสู้ทุกวิถีทางโดยไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าหรือปะทะกัน โดยจะร่วมทางเดินกับพรรคเพื่อไทยและนปช.ผ่านเวที ‘นปช-เพื่อไทย ปกป้องประชาธิปไตย’ โดยเฉพาะเวทีในกทม.วันที่ 10 พ.ย. พยายามจะหาสถานที่ที่รองรับผู้คนให้ได้ 1 แสนคน เป็นการชี้แจงวันเดียว ไม่มีการยกระดับหรือปักหลักพักค้าง ยอมรับก่อนหน้ากระอัก กระอ่วนใจต่อพรรคเพื่อไทย แต่จากวันนี้จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ฝากบอกประชาธิปัตย์ พวกคุณไม่มีวันจะโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไปได้ และขอให้สบายใจได้ว่าพรรคจะไม่ใช้วิธีปราบปรามประชาชนเมื่อถามว่า เมื่อไม่มีพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แกนนำเสื้อแดงจะตอบคำถามแนวร่วมและผู้ที่ยังถูกคุมขังอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า กำลังหารือเพื่อเตรียมข้อเสนอต่อรัฐบาล ในหลักการเดิมคือให้พี่น้องเสื้อแดง เสื้อเหลืองที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง ได้รับโอกาสออกมาต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม แต่จะออกมาในรูปแบบใด กำลังหารือกัน
เมื่อถาม เกิดอะไรขึ้นกับนายจตุพร เพราะก่อนหน้าหนึ่งวันยังประกาศว่าเลิกปกป้องรัฐบาล นายจตุพร กล่าวว่า ตนกับพรรคเพื่อไทยเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ตนเป็นคนประเภทอะไรใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ ก็ได้แสดงจุดยืนออกไปชัดเจน เมื่อนายกฯกรุณาเชิญนายณัฐวุฒิ และตนมาประชุมพรรค รวมทั้งจะใช้ช่องทางใดในการปลดปล่อยพี่น้องเรา บัดนี้ก็ตกผลึกทั้งสองฝ่ายแล้ว รวมทั้งเงื่อนไขพ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็เป็นที่ยุติแล้ว แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็นการโค่นล้มรัฐบาล จะให้ฆาตกรที่ฆ่าประชาชนกลับมามีอำนาจไม่ได้ การมีอารมณ์ของตนกับพรรคเพื่อไทย ก็เหมือนลิ้นกับฟัน แต่เรายังเป็นมิตรกัน เมื่อรู้ว่าศัตรูเป็นใคร มันเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าความรู้สึก อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ยังตะขิดตะขวงใจกับช่องเอเชียอัพเดท ที่ถอดรายการของตนออก แต่สถานการณ์การเมืองมันมารวดเร็ว ถ้าไม่สามารถตั้งหลักได้ ร่วมมือกันได้ รัฐบาลจะล้มไป เราต้องไม่ให้รัฐบาลนี้ล้มไป เพื่อปกป้องประชาชน ดังนั้นความรู้สึกของตนจึงเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับหายนะที่จะเกิดกับคนเสื้อแดง





