นายกฯให้สัมภาษณ์CNNบอกต้องพิสูจน์ตัวเอง

นายกฯยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ CNN บอกต้องทำงานหนัก เพื่อพิสูจน์ตัวเอง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่ คริสตี้ ลู สเต๊าท์ ในรายการลี้ดดิ้ง วีเม่น ทางสถานีโทรทัศน์ ซีเอ็นเอ็น ซึ่งพิธีกรได้พูดนำเข้ารายการถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ที่เข้าสู่การเมืองเมื่อปี 2554 ตามรอยเท้าบิดาและพี่ชาย คือ พตท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ถูกโค่นอำนาจ เมื่อปี 2552 และแม้ว่า ทักษิณจะลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศ แต่นักวิเคราะห์หลายคน ก็ยังคงมองว่า เขาคือผู้ที่ตัดสินใจ
คริสตี้ ได้กล่าวนำเข้ารายการเป็นเชิงตั้งคำถามว่า หลังจากอยู่ในอำนาจได้ 2 ปี น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ออกจากเงาของพี่ชายแล้วหรือไม่ และเธอเป็นผู้นำตัวจริงหรือไม่
เสียงบรรยายในรายการระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ก้าวเข้าสู่เวทีการเมือง เมื่อปี 2554 หลังได้รับชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย จนกลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ซึ่งการที่เธอเป็นมือใหม่ทางการเมือง ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความล้มเหลวในการบริหารจัดการมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เล่นงานประเทศ เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเธอเข้ารับตำแหน่ง ปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 ปีที่เธอก้าวเข้าสู่เวทีโลก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องการให้ตัดสินเธอจากผลงานรัฐบาล โดยบอกว่า การบริหารประเทศต้องเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ดังนั้นจึงต้องทำให้ทุกคนพอใจ จากนั้นก็มีเสียงบรรยายตามมาว่า รัฐบาลของเธอ ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและพูดถึงการที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่ท้าทาย ที่เธอบอกว่า เป็นหน้าที่ที่เธอควรจะรับเพราะเป็นผู้หญิง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกกับพิธีกรว่า ผู้หญิงจะมีความใส่ใจในรายละเอียด ยึดมั่นในคุณธรรมและการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
ในเสียงบรรยายระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่สามารถสมานรอยร้าวลึกทางการเมืองที่แบ่งแยกประเทศของเธอได้ เธอยังเป็นน้องสาวคนเล็กของอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองอยู่นอกประเทศในขณะนี้ และนักวิเคาะห์หลายคนยังคงว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งพิธีกรได้ถามถึงเรื่องนี้ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ตอบว่า เธอคิดต้องทำงานหนัก เพื่อพิสูจน์ตัวเองและตอนนี้ก็ผ่านมาแล้ว 2 ปี เธอคิดว่า เสียงวิจารณ์เรื่องต้องพึ่งพาพี่ชายได้ลดน้อยลง เพราะถ้าเธอยังต้องพึ่งพาเขา เธอคงไม่สามารถอยู่รอดมาได้จากการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและช่วงเวลาอันยากลำบากมาได้
เมื่อพิธีกรถามว่าเธอคิดว่าได้พิสูจน์ตัวเองหรือยัง เธอตอบว่า เธอได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าคนทั่วไปว่าจะเชื่อถือเธอหรือไม่
มีเสียงบรรยายว่า เธอตกเป็นเป้าสายตาตลอด ไม่ใช่เพียงเพราะประวัติของครอบครัวเท่า แต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเธอ รวมทั้งการเดินทางไปต่างประเทศและแฟชั่นของเธอ ซึ่งสิ่งสำคัญเร่งด่วนของเธอคือ การเพิ่มโอกาสให้กับผู้หญิงและเด็ก ให้มีที่ยืนและเป็นที่ยอมรับในสังคม ขณะเดียวกัน ก็ต้องฝ่าฟันบรรยากาศการเมืองที่เข้มข้น
เธอได้เปิดตัวโครงการ สมาร์ท เลดี้ ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นรายการเรียลลิตี้่่ทางโทรทัศน์ ที่รัฐบาลของเธอ ระบุว่า เป็นโครงการเพิ่มศักยภาพให้ผู้หญิง แต่ก็ถูกวิจารณ์จากผู้นำฝ่ายค้านว่าเป็น สติวพิด เลดี้ แต่แม้ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะกล่าวภายหลังว่า ไม่ได้หมายถึงนายกรัฐมนตรีและไม่ได้ดูถูกผู้หญิง แต่กลุ่มคนผู้สนับสนุนเธอก็ระบุว่า เป็นการเหยียดเพศ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เธอไม่อยากตีความว่า นายอภิสิทธิ์หมายถึงอะไร แต่สิ่งเดียวที่เธออยากบอกคือ ขอโอกาสให้ผู้หญิงทุกคน ผู้หญิงถูกมองในแง่ลบมามาก และนี่เป็นโอกาสที่เราจะได้นำเสนอในด้านที่ดีบ้าง
จากนั้นมีเสียงบรรยายว่า แม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่า นี่คือกลยุทธทางการเมือง แต่อาจจะมองได้ว่า นี่คือแนวทางการเมืองของเธอที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเธอบอกว่า ประชาชนไม่ได้คาดหวังให้คุณมาเล่นการเมือง แต่พวกเขาคาดหวังให้เข้ามาบริหารประเทศ เธอจึงมุ่งมั่นทำงานหนักด้วยความจริงใจเพื่อที่จะทำตามสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน







