รองโฆษกรัฐบาลยันรัฐบาลไม่แทรกแซงอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง"อภิสิทธิ์-สุเทพ"ปมสั่งสลายชุมนุมแดงปี53 ชี้เป็นกระบวนการยุติธรรม
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. มีความไม่สบายใจถึงกระแสข่าววิจารณ์ว่ารัฐบาลเข้าไปแทรกแซงคดี ที่อัยการสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาร่วมกันใช้หรือก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าหรือพยายามฆ่า โดยเจตนา เนื่องจากใช้อาวุธเกินความจำเป็นในการสลายการชุมนุมฯ นั้นเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะใช้เรื่องคดี ไปบีบให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ยอมรับการนิรโทษกรรมเหมาเข่ง อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา
ทั้งนี้ หากนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาก็ขอให้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองไม่ใช่มาดิสเครดิตกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก็น่าสังเกตุว่าเวลาฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถูกดำเนินคดีพรรคประชาธิปัตย์จะรีบออกมาเชียร์ว่า กระบวนการยุติธรรมถูกต้องและชอบธรรม แต่พอตัวเองถูกดำเนินคดีกลับดิสเครดิตกระบวนการยุติธรรม โดยพูดให้สังคมเข้าใจว่ารัฐบาลเข้าไปแทรกแซงการดำเนินคดีเช่นเดียวกับเรื่อง การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมก็ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ หยุดกล่าวหาว่ารัฐบาลหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าไปแทรกแซงหรือบงการเรื่องดังกล่าวได้แล้ว เพราะรัฐบาล หรือ นายกฯ เคารพอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและไม่เคยเข้าไปแทรกแซงและขอตั้งคำถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะบางครั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็โจมตีว่า รัฐบาล และนายกฯ แทรกแซงหรือก้าวก่ายอำนาจฝ่ายอื่น เช่น อำนาจตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติรวมทั้ง องค์กรอิสระต่าง ๆ แต่บางที โดยเฉพาะคราวนี้ กลับเรียกร้องให้นายกฯ เข้าไปสั่งการ ส.ส. ในสภาฯ ให้ลงมติแบบโน้น แบบนี้ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการ ตกลงพรรคประชาธิปัตย์จะให้นายกฯ แทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ หรือ จะให้ นายกฯเคารพอำนาจนิติบัญญัติกันแน่
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า ตกลงจุดยืนของพวกท่านคืออะไร หรือที่จริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีจุดยืนหรือหลักการอะไรแต่จะเลือกพลิกลิ้นพูดแบบไหนก็ได้ ถ้ามันจะเกิดประโยชน์กับฝ่ายตัวเองและน่าสงสัยว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา อย่างที่ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เคยพูดเอาไว้หรือไม่เพราะพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าฝากความหวังกับการเมืองข้างถนนนอกสภา เพื่อเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองมากกว่าที่จะเคารพและเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา นอกจากนี้ การที่ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ มักจะข่มขู่ นายกฯ ทำนองว่าจะไม่มีแผ่นดินอยู่นั้น สะท้อนให้เห็นทัศนคติของ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ว่าไม่เคยต้องการเห็นความปรองดองไม่ทราบเป็นเพราะยังหวังจะแสวงประโยชน์จากความขัดแย้งของบ้านเมืองอีกหรืออย่างไร แสดงว่าไม่เคยใส่ใจรับฟังความต้องการของคนส่วนใหญ่ของประเทศที่อยากเห็นบ้านเมืองก้าวออกจากความขัดแย้งแล้วเดินไปข้างหน้า
นอกจากนี้ ยังน่าสงสัยว่า ถ้าหากคนอย่าง นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ซึ่งถูกตั้งข้อหาว่าร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าหรือพยายามฆ่าฯยังสามารถเดินชูคออยู่ในประเทศไทยได้ ในขณะที่ นายกฯ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างถูกต้องชอบธรรมตามวิถีทางประชาธิปไตยทั้งยังอุทิศตัวและทุ่มเทในทำงานและมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความปรองดองให้ประเทศแล้วทำไม คนตั้งใจทำงาน อย่างนายกฯ จึงจะอยู่ในประเทศนี้ไม่ได้





