สภาร่วมถกแก้รธน.ใช้เวลา 9 ชั่วโมง ผ่านมาตรา 10 ให้ส.ว.สรรหาอยู่ต่อจนครบวาระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมกันของรัฐสภามีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 111 ,112 ,115 ,116 วรรคสอง 117 ,118 ,120 ,241 วรรคหนึ่ง และยกเลิกมาตรา 113 ,114 ประเด็นที่มาของ ส.ว. เป็นวันที่ 12 ในมาตรา 10 ที่กำหนดให้ส.ว.เลือกตั้งและส.ว.สรรหา ซึ่งมีสมาชิกภาพอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปและวรรคสองกำหนดว่าหากมีตำแหน่ง ส.ว.ว่างลงก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ต้องเลือกตั้งหรือสรรหาส.ว.ขึ้นใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างในช่วงบ่าย ซึ่งภาพรวมการอภิปรายในมาตรา 10 แม้จะไม่มีการโต้เถียงกันรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็สะดุดเป็นช่วง
โดยนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า การเขียนไว้แบบนี้เชื่อว่าจะเกิดสุญญากาศในวุฒิสภาแน่นอน เพราะฝ่ายค้านต้องยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหลังลงมติวาระ 3 ทำให้ร่างแก้ไขฉบับนี้มีผลบังคับใช้ไม่ทันกับวาระของ ส.ว.เลือกตั้งปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.57 และกรณีที่ส.ว.สรรหาเสียชีวิตลงจะไม่สามารถสรรหา ส.ว.มาแทนตำแหน่งที่ว่างลงได้ ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น เพราะฝ่ายค้านจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนเป็นรายบุคคลที่ร่วมลงมติ ทำให้เชื่อว่ากระบวนการไต่สวนของศาลจะใช้เวลานาน
หลังจากใช้เวลาพิจารณามาตรานี้กว่า 9 ชั่วโมง นายพหล วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอปิดอภิปราย จนเกิดการโต้เถียงกับส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีกรอบ แต่ที่สุดที่ประชุมมีมติให้ปิดอภิปราย และลงมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการฯเสียงข้างมากด้วยคะแนน 354 ต่อ 14 งดออกเสียง 42 ไม่ลงคะแนน 4 เสียง





