"วิม"ย้ำนายกฯห่วงม็อบสวนยาง สั่ง"กิตติรัตน์"ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ส่วนก.เกษตรฯหาทางลดราคาปุ๋ย ระบุประกันราคา100-120บ./กก.ยาก
นายวิม รุ่งวัฒนจินดา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าฝ่ายประสานงานและเผยแพร่นโยบายรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ (โฆษกเศรษฐกิจ) เปิดเผยถึงมาตรการแก้ไขปัญหาการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางที่ปักหลักปิดถนน และทางรถไฟที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม มีความห่วงใยเรื่องการชุมนุมของเกษตรกรสวนยางที่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปดูแลราคายางพาราในขณะนี้ โดยได้มีการสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องหามาตรการเยียวยาโดยด่วน โดยให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พิจารณาในส่วนของมาตรการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง
นายวิม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกฯยังได้มอบหมายให้นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ศึกษาเรื่องแนวทางการลดต้นทุนการผลิตยางของเกษตรกร ทั้งในส่วนของปุ๋ยและแนวทางการจัดเกษตรโซนนิ่ง รวมไปถึงเรื่องราคายางที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคา 100-120 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในส่วนนี้ยอมรับว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แตกต่างจากการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะยางมีผลผลิตออกมามาทุกวัน แต่ข้าวมีผลผลิตออกมาเป็นฤดูกาล หรือ 4-5 เดือนจึงได้ผลผลิตครั้งหนึ่ง
นายวิม ยังได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของเกษตรกรว่า ที่ผ่านมาการชุมนุมได้ส่งผลกระทบต่อการคมนาคมขนส่งในวงกว้าง นอกจากการขนส่งสินค้าแล้ว ล่าสุดทางบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่าผู้โดยสารที่จะเดินทางไปทางภาคใต้ได้แจ้งยกเลิกตั๋วโดยสารทั้งหมด โดยนายกฯได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม ขอให้ส่งตัวแทนมาเจรจากับรัฐบาล เพื่อหาทางออกและจุดที่ลงตัวร่วมกัน รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและยาว ยอมรับว่า เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อนจริงในเรื่องราคาขายยาง แต่ก็ต้องมีการพิจารณารอบคอบ เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสม เพราะยางพาราถือเป็นสินค้าทางการเกษตรอันดับหนึ่งของประเทศในขณะนี้
โฆษกเศรษฐกิจ กล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เคยทำให้ราคายางสูงถึง 120-140 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีมาตรการร่วมกันของประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อควบคุมจำนวนผลผลิตและการส่งออกยาง ดังนั้นในวันนี้อาจจะต้องกลับมาพิจารณาความร่วมมือดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อให้ราคายางกลับมาดีเหมือนเดิม เพราะหลังจากราคายางในตลาดโลกสูงขึ้น ทำให้มาตรการควบคุมขาดความต่อเนื่อง และผลผลิตยางจึงสูงอย่างไร้การควบคุม เฉพาะในประเทศไทยมีการปลูกยางถึง 18-19 ล้านไร่ทั่วประเทศ ราคายางจึงตกต่ำ
“ถ้ารัฐบาลไปอนุมัติให้มีการประกันราคายาง 100-120 บาทต่อกิโลกรัม ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม อาจเกิดปัญหาในการนำยางจากต่างประเทศเข้ามาสวมสิทธิ เพื่อเอาราคาจำนำที่สูงกว่าราคาตลาด เพราะตอนนี้มีรายงานว่าในช่วงที่ราคายางตกต่ำ ผู้ประกอบการยางรายใหญ่ได้กว้านซื้อยางกักตุนเอาไว้จำนวนมาก และมาใช้วิธีนำมวลชนเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้รัฐบาลประกันในราคาที่สูง หารัฐบาลยอมตามข้อเรียกร้อง ก็จะมีการเทขายทำกำไรกันออกมา” นายวิม ระบุ





