วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จนท.ศาลรธน.เสียดาย'บุญส่ง'หากลาออก

จนท.ศาลรธน.เสียดาย"บุญส่ง" หากตัดสินใจลาออกจากตุลาการ เชื่อทนแรงเสียดทานไม่ไหว ประเด็นบุตรชาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ ในคำร้องของนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทยและเครือข่าย โดยเห็นว่า นายบุญส่ง กลุบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาตให้บุตรชายลาไปศึกษาต่อต่างประเทศโดยพลการ และให้ทางสำนักงาน เรียกเก็บเงินคืนจากนายบุญส่งเป็นเงินจำนวน 8 แสนบาทนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีใครเปิดเผยข้อเท็จจริง ได้รับคำตอบแต่เพียงว่า ต้องรอรายงานผลการพิจารณาจากป.ป.ช.ก่อน และระหว่างนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหลายคนก็ไปปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมกับสมาคมศาลรัฐธรรมนูญเอเซีย ที่ประเทศอุซเบกิสถาน โดยนายบุญส่งก็ไปด้วย และสัปดาห์นี้ไม่มีการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะประชุมกันในสัปดาห์หน้าวันที่ 4 ก.ย.

รายงานข่างแจ้งว่า สำหรับบุตรชาย นายบุญส่งนั้นหลังจากที่ได้มีการปรากฏข่าวในขณะนั้น ว่านายบุญส่งได้ให้บุตรชายมาเป็นเลขานุการส่วนตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมีคนเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ได้ลาออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว และขณะนี้ก็ได้เป็นผู้พิพากษาอยู่ในศาลยุติธรรม

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ป.ป.ช.มีมติออกมานั้น ทำให้พนักงานได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ว่า รู้สึกเสียดายหากนายบุญส่งต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะทนต่อแรงเสียดทานไม่ไหว จากกระแสเรียกร้องเรื่องจริยธรรมของตุลาการ เพราะที่ผ่านมานายบุญส่งค่อนข่างเป็นกันเองกับพนักงานและช่วยเหลือด้านงานต่างๆของสำนักงานเป็นไปด้วยดี

สำหรับประวัติ นายบุญส่งนั้นได้รับการคัดเลือกมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และนายบุญส่ง และก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เคยได้ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทลุง จ.สุราษฎร์ธานี จ.จันทบุรี จนกระทั่งปี 36 ก็ขึ้นมาเป็นผู้พิพากษาศาลแพ่ง ต่อมา 1 ตุลาคม 36 เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง 2 ต.ค.39 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ปี 42 เป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 8 ปี43 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ปี 45 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ปี 49 เป็นรองประธานศาลอุทธรณ์ และปี 50 ขึ้นมาเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา จนกระทั่งมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 28 พ.ค.51 ถือว่าเป็นตุลาการที่อายุน้อยและมากความสามารถ