รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุรัฐบาลเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจเต็มสูบ ย้ำนโยบายรัฐตลอด 2 ปีเดินมาถูกทาง สร้างรายได้ ลดรายจ่าย
นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ประเด็นที่ทีมเศรษฐกิจพรรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในขณะนี้คือ การเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเต็มสูบ แต่ขณะเดียวกันต้องปรับให้อยู่ในภาวะที่สมดุลย์ด้วย เชื่อว่ารัฐบาลเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ และมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ทั้งนี้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน เช่น สหรัฐฯ อาจมีการกระเตื้องขึ้นบ้างเล็กน้อย
ในขณะที่จีนอยู่ในสภาวะชะลอตัว ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังคงพึ่งพาการส่งออกประมาณ 70% ดังนั้นอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ อาจอยู่ที่ประมาณ 4.5% เนื่องด้วยปัจจัยเศรษฐกิจโลก อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลที่ได้ดำเนินไปในช่วง 2 ปีแรกถือว่ามาถูกทาง ต้องการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชน เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศและให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มีเม็ดเงินเข้าประเทศ หากการเมืองมีเสถียรภาพมั่นคง นักท่องเที่ยวก็จะเข้ามาในประเทศมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอย นั่นหมายถึงเม็ดเงินมหาศาล
นางสาวอนุตตมา กล่าวอีกว่า ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าในประเทศประมาณ 22 ล้านคน ขณะนี้ครึ่งปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วเกือบ 11 ล้านคน น่าจะเป็นไปตามเป้า รายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 983,000 ล้านบาท ดังนั้น ควรสนับสนุนแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เชื่อว่ารัฐบาลกำลังทำงานเพื่อสนับสนุนเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ นอกจากนี้ การดูแลเกษตรกร เรื่องต้นทุนการผลิตไม่ให้สูงเกินไป เช่น การใช้มาตรการภาษีในอาหารสัตว์นำเข้า เพื่อไม่ให้ราคาสูงจนเกินไป หรือการเพิ่มจำนวนบัตรเครดิตเกษตรกรเพื่อใช้ในการจัดหาปัจจัยการผลิตและช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง รวมถึงการจัดโซนนิ่งการเกษตรถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้แนวทางนี้กันทั้งนั้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศ ต้องทำเป็นแผนจริงจังแก้ปัญหาจากฐานราก เช่น ข้าว บางจังหวัดที่ดินดีก็อาจปลูกได้ถึง 3 ครั้งต่อปี แต่ถ้าสภาพดินฟ้าอากาศไม่เหมาะก็อาจปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น เช่น อ้อยหรือมันสำปะหลัง ซึ่งพืชเหล่านี้ใช้ในการผลิตพลังงานทดแทนมีความจำเป็นมากในอนาคต
นางสาวอนุตตมา กล่าวด้วยว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สมดุลย์และครบวงจร โดยรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ แผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท และแผนพัฒนาระบบน้ำเป็นสิ่งจำเป็น เชื่อว่าภาครัฐยินดีให้ตรวจสอบตามขั้นตอน รับฟังความคิดเห็น ตราบใดที่เป็นความเห็นที่เป็นหลักเหตุผล อยู่บนสมมติฐานแห่งความจริง ไม่ใช่อ้างเหตุผลการเมืองแล้วไม่เห็นด้วยทุกอย่างกับสิ่งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์





