รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งตรวจสอบ 26 จุด ข้าวไม่ตรงตามบัญชี
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีและคลังกลางในโครงการรับจำนำข้าวว่า เบื้องต้นการตรวจสอบพฤติกรรมของโรงสีข้าวนั้น ค่อนจะครบถ้วนแล้ว เพียงแต่ว่าขอให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
โดยเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้าและองค์การตลาดเพื่อการเกษตร โดยมี พล.ต.ท.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ฐานะประธานคณะทำงาน ได้สั่งการมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดไปสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งให้ชัดเจน โดยยังไม่ได้มีการแจ้งความต้องรวบรวมข้อมูลให้ได้ความกระจ่างมากยิ่งขึ้นพร้อมพยานหลักฐาน โดยให้รายงานเข้ามาผ่านในวันจันทร์ที่ 1 ก.ค.
อย่างไรก็ตาม โดยเฉพาะจุดที่น่าเป็นห่วงคือ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากมีโรงสีทั้งหมด 11 แห่งภายในจังหวัดเดียวกัน มีข้าวเปลือกเกินจากบัญชีที่ได้ทำการบันทึกไว้ทั้งหมด 11 แห่ง ดังนั้นจึงได้สั่งการกำชับให้เร่งมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงความผิดปกติดังกล่าว
ทั้ง 26 จุด ซึ่งเป็นโรงสีข้าวบ้างและคลังข้าว ใน จ.นนทบุรี จ.ชัยนาท จ.ปทุมธานี จ.ยโสธร จ.เชียงราย จ.เพชบูรณ์ จ.อุทัยธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา และ จ.พัทลุง ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบความผิดปกติต่างๆ เกี่ยวกับจำนวนข้าวที่เกิดให้แน่ชัด แต่การตรวจสอบดังกล่าว เพื่อต้องการการตรวจสอบให้รู้ยอดปริมาณข้าวที่มีอยู่จริงว่ามีอยู่จริงตามจำนวนที่ได้แจ้งเอาไว้ตั้งแต่แรกเท่าไหร่
จากนั้นก็จะนำมาเปรียบเทียบกับบัญชีที่มีอยู่ว่ามีอยู่เท่าไร่และตรงกันหรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำตัวเลขอยู่ เพราะมีจุดรับจำนำข้าวมีมากกว่า 2,000 จุด ฉะนั้น การรวมตัวเลขต้องใช้เวลาในการทำงาน เพื่อป้องกันการผิดพลาด โดยคณะทำมาต่อเนื่องตั้งแต่เย็นของวันที่ 27 มิ.ย. คาดว่าภายในวันที่ 30 มิ.ย. หรือวันที่ 1 ก.ค. จะได้ตัวเลขที่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งนี้ แต่ละจุดมันมีข้าวหลายชนิด จึงจำเป็นต้องระมัดระวังความผิดพลาดในการเจาะข้อมูลต่างๆ จึถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมมอบนโยบายได้ความมั่นคงเสร็จสิ้น ได้สั่งการให้ผู้บังคับการแต่ละจังหวัดที่รับผิดติดตามผล พร้อมเร่งสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วให้รายงานกลับขึ้นมา โดยเฉพาะจ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ยโสธร จ.เพชรบูรณ์ อุทัยธานี และจ.นครศรีธรรมราช มีจำนวนข้าวเปลือกเกินมาผิดปกติ เพื่อนำข้อมูลมารวบรวมและสรุปผลการดำเนินการดังกล่าวต่อไป





